วันหยุดพักผ่อนจากการทำงานช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ อยากจะไปชาร์ตแบตเพิ่มพลังที่ไหนสักแห่ง กาญจนบุรี จังหวัดที่ได้ชื่อว่า สวรรค์ตะวันตกของไทย อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ใช้เวลาเดินทางไม่นาน อีกทั้งยังมีที่เที่ยวมากมายให้เที่ยวจนคุ้มค่าน้ำมัน เช่น สถานที่สำคัญที่มีประวัติเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ แหล่งอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็น ป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำ หรือ น้ำตก ทำให้มีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การล่องแพแม่น้ำแคว ขี่ช้าง ชมธรรมชาติ และกิจกรรมอื่น ๆ รวมทั้งโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก มากมายที่มีขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว หากสนใจจะจัดทริปสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะมาถึงนั้น ทางเราขอแนะนำ10 ที่เที่ยวสุดฮิตของจังหวัดกาญจนบุรีดังต่อไปนี้ค่ะ

Kanchanaburi (Thailand), The Bridge on the River Kwai

1. สะพานข้ามแม่น้ำแคว

เมื่อเอ่ยกาญจนบุรี หนึ่งในสิ่งที่ต้องนึกถึงคงหนีไม่พ้นสะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานเหล็กสีเขียวเก่า ๆ ที่ทอดตัวยาวสองฝั่งแม่น้ำแคว เรียกได้ว่าเป็น Landmark ของกาญจนบุรีกันเลยทีเดียว ซึ่งที่นี่จะมีงานประจำปีที่มีการแสดงการระเบิดสะพานเป็นไฮไลท์ของงาน โดยมีชื่องานว่าสัปดาห์แสดงแสงสีเสียงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี สะพานแห่งนี้มีที่มาที่แลกด้วยชีวิตของเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จำนวนหลายหมื่นคนที่ถูกเกณฑ์มาสร้างสะพานและทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า โดยแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวชม ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับสะพานข้ามแม่น้ำแควและเดินเล่นบนรางรถไฟซึ่งทางการรถไฟแห่งประเทศไทยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินบนรางรถไฟชมความงามของสองฝากฝั่งแม่น้ำแควได้ โดยจะมีที่หลบหลีกรถไฟขณะแล่นผ่านทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของสะพานเป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ยังมีบริการรถรางพาข้ามสะพานแม่น้ำแควซึ่งจะมีที่มีให้บริการทุกวัน โดยวิ่งจากสถานีไปยังอีกฝั่งแม่น้ำแล้ววิ่งกลับมาที่เดิม

โดยมีค่าโดยสารคนละ 20 บาทส่วนการเดินทางมาสะพานข้ามแม่น้ำแควนั้นสามารถมาตามทางหลวงหมายเลข 323 จะเห็นป้ายบอกทางเลี้ยว ด้านซ้ายมือ ขับเข้าไปประมาณ 870 เมตร จากปากทางเข้า ก็จะถึงตัวสะพานซึ่งอยู่บริเวณสถานีรถไฟสะพานแควใหญ่ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองเพียง 4 กิโลเมตร

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น Royal Riverkwai Resort & Spa, Kanvela Resort, U Inchantree Kanchanaburi

2. พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด

สถานที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจซึ่งเป็นสถานที่ในเหตุการณ์เดียวกับการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว นั่นก็คือการสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะที่กองทัพญี่ปุ่นได้สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเป็นเส้นทางในการเดินทางไปพม่า ซึ่งที่ช่องเขาขาดนี้คือการตัดเส้นทางเพื่อให้รถไฟผ่านช่องเขาที่ขวางเส้นทางอยู่ โดยการขุดเจาะและก่อสร้างนั้นมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก เชลยศึกหลายคนต้องเสียชีวิตจากไข้ป่าและการอดอยาก เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยป่าเขารกชัฏแล้ว เครื่องมือในการทำงานก็ยังเป็นแบบเก่าและล้าสมัย โดยพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. ส่วนที่จัดแสดงภายในอาคารหลังใหญ่ เป็นนิทรรศการแสดงเรื่องราวถ่ายทอดถึงความยากลำบากของบรรดาเชลยศึกที่ถูกบังคับให้สร้างเส้นทางรถไฟผ่านเข้าไปยังป่าดงดิบ 2. ส่วนพิพิธภัณฑ์ เป็นเส้นทางการเดินลงไปยังบริเวณช่องเขาขาด เป็นพื้นที่จริงที่นักโทษสงครามได้ร่วมกันสร้างขึ้น

สำหรับพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดนี้ตั้งอยู่บริเวณกองการเกษตรและสหกรณ์ กองกำลังทหารพัฒนา อำเภอไทรโยค อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 80 กิโลเมตร สามารถขับรถไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 323 เมื่อขับรถเลยน้ำตกไทรโยคน้อยไปประมาณ 20 กิโลเมตร พิพิธภัณฑ์จะอยู่ทางซ้ายมือ ที่นี่เปิดให้ชมทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 9.00 – 16.00 น. และไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเข้าชม

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น River Kwai Village Hotel, Pung-waan Resort & Spa Kanchanaburi, Buritara Resort and Spa Kanchanaburi

Muang Singha ancient rock castle at kanchanaburi

3. อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เป็นเมืองโบราณที่แสดงถึงอิทธิพลของขอมในอดีต และเรียนรู้ความเป็นมาของสถาปัตยกรรมการสร้างปราสาทขอม ตั้งอยู่ในเขตตำบลเมืองสิงห์ อำเภอไทรโยค ซึ่งในสมัยอดีตเคยเป็นเมืองสิงห์ มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 มีแผนผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีกำแพงและคูน้ำล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมหลายชั้น กำแพงเมืองและตัวอาคารก่อด้วยศิลาแลง โดยมีตัวปราสาทเมืองสิงห์เป็นศาสนสถานตั้งอยู่กลางเมือง นอกจากตัวเมืองโบราณและโบราณสถานแล้วยังพบโบราณวัตถุที่เป็นประติมากรรมตามลักษณะขอมแบบบายนอีกด้วย ภายในอุทยานจะมีจุดชมที่สำคัญของปราสาทเมืองสิงห์ที่มีทั้งการจัดแสดงภายในอาคาร ซึ่งจะแสดงวัตถุต่างๆ ที่ได้จากการขุดแต่งโบราณสถาน และซากโบราณ รวมทั้งของใช้ต่าง ๆ และโครงกระดูกที่ถูกขุดพบ และจุดชมที่สำคัญที่แห่งคือเขตซากโบราณสถานของจริงทั้ง 4 แห่ง

การเดินทางมาอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางสายกาญจนบุรี – ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก 7 กิโลเมตร โดยจะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.30 น. มีค่าธรรมเนียมสำหรับคนไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท รถยนต์คันละ 50 บาท จักรยานยนต์คันละ 20 บาท แต่ยกเว้นค่าเข้าชมสำหรับภิกษุ สามเณร นักเรียน นิสิต นักศึกษาในเครื่องแบบ และผู้สูงอายุ ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น Home Phu Toey, River Kwai Resotel, Saiyok River House

Srinakarind Dam, Kanchanaburi, Thailand. Khuean Srinagarindra National Park.

4. เขื่อนศรีนครินทร์

เขื่อนศรีนครินทร์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเขื่อนเจ้าเณร เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลองและยังเป็นเขื่อนประเภทหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุด มีความจุมากที่สุดในประเทศไทย คือ 17,745 ล้านลูกบาศก์เมตร ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และหลัก ๆ คือใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ยังถูกส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถแวะชมทัศนียภาพอันงดงามบนสันเขื่อนได้ตลอดทั้งปี และสามารถเข้าพักบนแพริมอ่างเก็บน้ำ ดื่มด่ำบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ โดยบางที่พักก็ยังมีเครื่องเล่นลอยน้ำ เรือคายัค แพเปียกซึ่งมีลักษณะที่เป็นแพไม้ไผ่ต่อกันแล้วใช้เรือลากเที่ยวเพื่อพาชมบรรยากาศบริเวณเขื่อน ไว้ให้บริการเพื่อสร้างความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

การเดินทางไปเขื่อนศรีนครินทร์จากตัวเมืองกาญจนบุรี ให้วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยนตรงไปทางอำเภอศรีสวัสดิ์ (ทางหลวงหมายเลข 3199) เมื่อเริ่มเข้าเขตอำเภอศรีสวัสดิ์วิ่งเลียบแม่น้ำแควใหญ่ไปสักพักก็จะเจอทางเข้าเขื่อนศรีนครินทร์

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น Hintok River Camp @ Hellfire Pass, Sam’s Jungle Guesthouse

Erawan waterfall in Kanchanaburi, Thailand

5. น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามอยู่ท่ามกลางป่าธรรมชาติ น้ำใสจนเมื่อสะท้อนกับแสงออกมาจะเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกต และมีแอ่งน้ำเหมาะกับการเล่นน้ำท่ามกลางแมกไม้ น้ำตกจะมีด้วยกันทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีชื่อเรียกแต่ละชั้นที่คล้องจองกัน คือ ไหลคืนรัง วังมัจฉา ผาน้ำตก อกนางผีเสื้อ เบื่อไม่ลง ดงพฤกษา ภูผาเอราวัณ สำหรับบางชั้นของน้ำตกก็จะสามารถให้นักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำได้ ส่วนชั้นบนสุดนั้นหากจะขึ้นไปก็ต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการเดินผ่านป่าขึ้นไป ซึ่งทางบางช่วงค่อนข้างลำบาก ชัน และลื่นบ้าง โดยชั้นบนจะมีน้ำสีเขียวฟ้าที่ตกมาจากหน้าผาซึ่งด้านบนทะลุเปิดโล่งมีรูปร่างที่มองดูแล้วคล้ายกับหัวช้างสามเศียรเอราวัณ จนเป็นที่มาของชื่อน้ำตกเอราวัณนั่นเองค่ะ

น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ อยู่บนทางหลวงหมายเลข 3199 ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนศรีนครินทร์ค่ะ เมื่อมาจากตัวเมืองกาญจนบุรีให้วิ่งตามถนนแสงชูโตเมื่อถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน ให้ตรงไปทางอำเภอศรีสวัสดิ์ (ทางหลวงหมายเลข 3199) ตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านแยกลาดหญ้าเข้าเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ จะเจอสามแยก จากนั้นให้ข้ามแม่น้ำแควใหญ่โดยเลี้ยวซ้ายไปทางน้ำตกห้วยขมิ้น แล้วเจอตลาดเทศบาลเอราวัณ ให้เลี้ยวซ้ายไปทางตลาด เพื่อไปทางขึ้นน้ำตก จากตลาดวิ่งไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เสียค่าธรรมเนียมในอัตรา ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท (มีบัตรนักศึกษาลดครึ่งราคา) สำหรับพาหนะจะเสียดังนี้ รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท มอเตอร์ไซด์ 20 บาท เมื่อชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ต้องเดินไปอีก 500 เมตรจึงจะถึงตัวน้ำตก น้ำตกเอราวัณจะมีน้ำตลอดปี ช่วงหน้าแล้ง ประมาณเดือนธันวาคม – เมษายน อาจมีน้ำน้อยบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับแห้ง

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น Pongsuda Chalet, Raya Buri Resort

Huay Mae Khamin Waterfall

6. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเป็นน้ำตกที่สวยงามจากความงามของม่านน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย มีต้นน้ำมาจากเทือกเขากะลา ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกนี้เป็นน้ำที่ไหลมาจากลำห้วยแม่ขมิ้น ได้ น้ำตกถูกแบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกเรียงกันว่า ดงว่าน ม่านขมิ้น วังหน้าผา ฉัตรแก้ว ไหลจนหลง ดงผีเสื้อ และร่มเกล้า บริเวณน้ำตกเป็นป่าร่มรื่น เขียวขจี มีต้นไม้นานาพันธุ์ จากนี้ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ ยังมีลานสนามหญ้าโล่งกว้างสำหรับพักผ่อนและเป็นสถานที่สำหรับกางเต็นท์อีกด้วย จากบริเวณนี้จะสามารถมองเห็นวิวอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนศรีนครินทร์และชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ในสมัยก่อนการเข้าไปถึงตัวน้ำตก ทำได้ยาก โดยต้องใช้รถโฟร์วิลขับรถอ้อมอ่างเก็บน้ำ หรือนำรถข้ามแพขนานยนต์จากฝั่งตัวอำเภอศรีสวัสดิ์มายังฝั่งน้ำตก แล้วขับรถต่อไปอีก 7 กิโลเมตร เพื่อเข้าสู่ตัวน้ำตก แต่ปัจจุบันมีเส้นทางลาดยางไปจนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเลย ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงน้ำตกได้สะดวกสบายขึ้น

การเดินทางไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นคือถ้ามาจากตัวเมืองกาญจนบุรีให้วิ่งบนถนนแสงชูโต เมื่อถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน ตรงไปทางอำเภอศรีสวัสดิ์ (ทางหลวงหมายเลข 3199) เมื่อเข้าเขตเขื่อนศรีนครินทร์ ให้ขับ เลียบแม่น้ำแควใหญ่ไปเรื่อย ๆ จากนั้นเลี้ยวซ้ายข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางน้ำตกห้วยขมิ้น ผ่านตลาดเทศบาลเอราวัณ ตรงไปเป็นทางขึ้นเขา ถึงสามแยกให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายไปน้ำตกห้วยขมิ้นอีก 44 กิโลเมตร ก็จะถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมในอัตรา ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก และนักศึกษา 20 บาท

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น Baan Parimtarn Kanchanaburi, Mida Resort Kanchanaburi

Mountain hill road viewpoint scenic landmark west in thailand

7. หมู่บ้านอีต่อง

หมู่บ้านอีต่อง หมู่บ้านเล็กติดชายแดนพม่าในดินแดนแห่งหุบเขาเหมืองปิล๊อก เมืองแห่งเหมืองแร่ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต หมู่บ้านอันแสนสงบแห่งนี้ซุกซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ในตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ มีเสน่ห์ที่ความเรียบง่ายของวิถีชีวิตคนในหมู่บ้าน สภาพบ้านไม้ ห้องแถวเรือนไม้ที่เคยอยู่ในยุครุ่งโรจน์ของการทำเหมือง ที่แห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักจากการเป็นหมู่บ้านที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาพิชิตยอดเขาช้างเผือก เนื่องจากจุดเริ่มต้นของการเดินเท้าอยู่ที่นี่ นอกจากนี้ที่อีต่องยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น น้ำตกจ๊อกกะดิ่น เหมืองสมศักด์หรือเหมืองป้าแหม่ม จุดชมวิวเนินช้างศึกซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานตชด.เหนือเมฆ และยังสามารถขึ้นมาชมวิวแนวเทือกเขาตะนาวศรีได้อีกด้วย เนินเสาธง ยอดเขาที่กั้นพรมแดนไทย – พม่า เมื่อมองจากจุดนี้จะเห็นโรงพักแยกก๊าซธรรมชาติฝั่งพม่า และอาจมองได้ไกลถึงทะเลอันดามันหากเป็นวันที่ฟ้าใส เนื่องจากหมู่บ้านอยู่ห่างจากทะเลอันดามันเพียง 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางแค่ชั่วโมงกว่าเท่านั้น ทำให้ที่นี่มีอาหารขึ้นชื่ออย่างเช่นอาหารทะเล ที่สดและมีราคาถูก

ฤดูท่องเที่ยวที่คึกคักของหมู่บ้านก็จะเป็นช่วงที่เปิดให้ขึ้นเขาช้างเผือกไปจนถึงฤดูหนาวที่มีอากาศเย็นจับใจในช่วงเดือน พ.ย. ถึง ม.ค. ส่วนช่วงฤดูฝนถึงแม้จะดูเงียบเหงาไปบ้าง แต่บรรยากาศก็เหมาะกับการมานอนเล่นพักผ่อนเพราะหมู่บ้านจะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกฝนและความเขียวขจีของภูเขาและต้นไม้ บรรยากาศชุ่มฉ่ำเย็นสบาย ส่วนการเดินทางมาเยือนหมู่บ้านอีต่องนั้น เริ่มจากตัวเมืองกาญจนบุรี เมื่อถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน ให้เลี้ยวซ้ายไปอำเภอไทรโยค – ทองผาภูมิ (ถนนหมายเลข 323) วิ่งไปจนถึงถนนหมายเลข 3272 ที่เข้าอำเภอทองผาภูมิ จากนั้นวิ่งตามถนนไปอีกประมาณ 30 กม.จะถึงสามแยกบ้านไร่ – ปิล๊อก ให้เลี้ยวซ้ายไปทางปิล็อก จากนั้นวิ่งขึ้นเขาเมื่อถึงอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ให้ขับเลยไปอีกประมาณ 13 กม. ก็จะถึงหมู่บ้านอีต่อง

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น Nakakiri Resort & Spa

Sai Yok waterfall in national park, Kanchanaburi, Thailand.

8. น้ำตกไทรโยคใหญ่

น้ำตกไทรโยคใหญ่ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว รองรับด้วยชั้นหินสลับกันเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 8 เมตร ไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำไหลตลอดปี และมีน้ำมากในช่วงฤดูฝน ดังนั้นการไปเที่ยวน้ำตกในช่วงฤดูฝนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ โดยส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวจะนิยมมาชมน้ำตกแห่งนี้ด้วยวิธีการล่องแพในแม่น้ำแควน้อย และแวะพักเล่นน้ำตกจากบนแพ แต่ก็มีจุดที่สามารถชมวิวน้ำตกโดยไม่ต้องล่องแพนั่นก็คือเดินข้ามสะพานแขวนไปฝั่งตรงข้ามเพื่อชมวิวน้ำตกที่ไหลลงสู่แม่น้ำ

น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีนักท่องเที่ยวมากในช่วงวันหยุด โดยส่วนมากจะนิยมล่องแพเพื่อชมบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย และแวะเล่นน้ำตก หรือเข้าพักบนบ้านแพลอยน้ำ สำหรับการเดินทางไปน้ำตกไทรโยคใหญ่นั้น จากตัวเมืองกาญจนบุรี ให้มุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยน จากนั้นขับไปทาง อ.ไทรโยค เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 97 จะถึงป้ายทางเข้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 3 กม. ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ ให้เสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานในราคา ผู้ใหญ่ 40 บาท. เด็ก 20 บาท และรถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท จากนั้นจอดรถที่ลานจอดรถแล้วเดินเข้าไปอีกก็จะถึงสะพานแขวนเพื่อข้ามไปชมน้ำตกและท่าลงแพสำหรับล่องแพค่ะ โดยอุทยานแห่งชาติไทรโยคจะเปิดทำการในเวลา 8.30 – 18.00 น.

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น Home Phu Toey, Pung-waan Resort & Spa Kanchanaburi, Saiyok River House

Credit : https://www.thecrazytourist.com/wp-content/uploads/2015/10/Hindad-Hot-Spring-1024×681.jpg

9. น้ำพุร้อนหินดาด

น้ำพุร้อนหินดาด เป็นน้ำพุร้อนที่ถูกค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นตอนสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะ เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นน้ำพุร้อนที่มีตาน้ำอยู่ใต้ดิน มีน้ำร้อนไหลออกมาตลอดปี บริเวณบ่อน้ำพุร้อนรายล้อมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ให้ความร่มรื่น ติดกับบ่อน้ำร้อนนี้ก็จะมีธารน้ำเย็นธรรมชาติไหลผ่านข้าง ๆ ทำให้ที่นี่มีการก่อเป็นบ่อซีเมนต์เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถมาแช่น้ำพุร้อนได้ โดยจะมีด้วยกันถึง 3 บ่อ โดยอุณหภูมิแต่ละบ่อจะร้อนมาก ร้อนน้อยต่างกันไป โดยนักท่องเที่ยวนิยมมาแช่น้ำพุร้อนเพื่อผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีความเชื่อในเรื่องช่วยบำบัดรักษาโรคและอาการจากความเจ็บป่วยต่าง ๆ เช่น อาการปวดกระดูก ปวดกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดี ขยายรูขุมขนให้ผิวพรรณดี เป็นต้น

น้ำพุร้อนหินดาด อยู่ในความดูแลของ อบต.หินดาด สำหรับการเดินทางไปน้ำพุร้อนจากตัวเมืองกาญจนบุรี ให้มุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยน จากนั้นขับไปทาง อ.ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 105 จะมีทางแยกเลี้ยวขวาเข้าสู่น้ำพุร้อนหินดาด มีการเก็บค่าเข้า ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท และใกล้ ๆ กันนั้นก็ยังมีน้ำตกผาตาดให้แวะเที่ยวอีกด้วยค่ะ

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ คือ Nakakiri Resort & Spa

Landscape view at morning.

10. สังขละบุรี

สังขละบุรี เมืองที่มี Landmark เป็นสะพานไม้ทอดยาวข้ามแม่น้ำซองกาเลีย ซึ่งเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี สร้างขึ้นเพื่อใช้สัญจรไปมาหาสู่กันระหว่างชาวไทยและชาวมอญทั้งสองฝั่งแม่น้ำ โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาตักบาตรตอนเช้าที่สะพาน จากนั้นก็จะลงเรือเพื่อไปชมเมืองใต้บาดาล ซึ่งในอดีตเป็นวัดเก่าของหลวงพ่ออุตตมะ ที่ชาวบ้านในอำเภอสังขละบุรีให้ความนับถือเป็นอย่างมาก โดยช่วงที่สร้างเขื่อนตัววัดถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 30 ปี โดยในช่วงน้ำลดจะสามารถสังเกตเห็นตัวโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจน แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมดเหลือเพียงยอดของโบสถ์เท่านั้น จากนั้นจึงขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่เจดีย์แบบพุทธคยาและวัดวังก์วิเวการามซึ่งเป็นวัดปัจจุบันของหลวงพ่ออุตตมะที่ย้ายขึ้นมาจากที่เดิม นอกจากนี้เรายังเห็นวิถีชีวิตของชาวมอญโดยนิยมการเทินของไว้บนหัวและวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ด้านอื่น ๆ อีกมากมาย

สำหรับการเดินทางไปสังขละบุรี ให้วิ่งจากตัวเมืองกาญจนบุรี เมื่อถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน ให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางอำเภอไทรโยค – ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนเข้าตัวอำเภอทองผาภูมิจะมีสามแยก ให้เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี ตรงไปเรื่อย ๆ เลียบเขื่อนเขาแหลมจนเข้าอำเภอสังขละบุรี

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ คือ Nakakiri Resort & Spa