พอเดือนเมษายนกำลังเวียนมาถึง เทศกาลประจำปีสัญลักษณ์เดือนเมษาหน้าร้อน อย่างสงกรานต์ ก็เป็นสิ่งแรก ที่หลายคนนึกถึงกันใช่มั้ยล่ะคะ  แม้เทศกาลสงกรานต์จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังมีคำถามว่าจะไปที่ไหนดี เพราะงานสงกรานต์แต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์ท้องถิ่น และความสนุกสนานที่ต่างกันออกไป วันนี้เรามีตัวเลือกเป็น  6 จังหวัดตัวแทนจากแต่ละภาคในประเทศไทยมาฝากประกอบการตัดสินใจกันค่ะ

1.จังหวัดเชียงใหม่

iStock_000024766815_Medium

ติดอันดับสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตมาโดยตลอด สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ในภาคเหนือ นอกจากกิจรรมการสาดน้ำสงกรานต์รอบคูเมืองที่ขึ้นชื่อแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่น ๆ ให้คุณได้สัมผัสความเป็นพื้นเมืองล้านนาแบบเต็มที่ เช่น การจัดขบวนแห่และสรงน้ำพระพุทธ สิหิงค์ การแสดงพื้นเมือง การก่อเจดีย์ทราย และถนนวัฒนธรรมคนเมืองอีกด้วยนะคะ ถ้าใครเตรียมจะไปเล่นสงกรานต์ที่คูเมืองเชียงใหม่ อย่ารอช้าค่ะ เริ่มลิสต์สถานที่พักกันไว้ได้เลย เพราะมีที่พักหลากสไตล์หลายราคาใกล้คูเมืองที่สามารถเดินไปเล่นน้ำสาดน้ำกันได้ภายในระยะเวลา 5-10 นาทีไว้ให้เลือกสรรมากมาย ซึ่งวันนี้เราก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจมาแนะนำกันค่ะ เริ่มจากDe Lanna Hotel โรงแรมสไตล์บูติก ตกแต่งแบบล้านนาหรือจะเป็น BB Mantra Boutique and Budget อีกหนึ่งโรงแรมบูติคทางเลือกราคาน่าคบหา และหากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปพักท่ามกลางธรรมชาติ ก็ต้องเป็น Tamarind Village Hotel โรงแรมที่มีต้นมะขามขนาดใหญ่อายุกว่า 200 ปีเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นนอกจากนี้ Charcoa House ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจถ้าใครชอบโรงแรมสไตล์คันทรี่ที่เก๋แปลกตา หรือถ้าชอบโรงแรมสวยทันสมัย เน้นสีสันชิค ๆ ก็ต้องเตรียมจองRoseate Hotel ได้เลยค่ะ

2. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

iStock_000062946360_Medium

เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกน่าสนใจจากภาคกลาง ความโดดเด่นของงานสงกรานต์ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ กิจกรรมการเล่นสงกรานต์กับขบวนช้าง ขบวนแห่นางสงกรานต์และขบวนบุปผชาติ รวมถึงการก่อเจดีย์ทราย สระน้ำพระพุทธรูป ใครอยากสัมผัสบรรยากาศการสาดน้ำแบบย้อนยุค มีฉากหลังเป็นกรุงเก่าต้องไม่พลาดที่นี่นะคะ

3. จังหวัดขอนแก่น

iStock_000086124825_Medium

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ ถนนข้าวเหนียว แหล่งเล่นน้ำสงกรานต์ขึ้นชื่อของภาคอีสานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่นกันมาบ้างใช่มั้ยล่ะค่ะ โดยเทศกาลสงกรานต์ของที่นี่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 เมษายน มีขบวนแห่และกิจกรรมบันเทิงบริเวณบึงแก่นนคร และถนนข้าวเหนียว โดยเฉพาะกิจกรรมการเล่นคลื่นมนุษย์ หรือ Human Wave ใครอยากมาเป็นส่วนหนึ่งของ Human Wave หรือมาสัมผัสความม่วนขนาดแบบอีสานแท้ก็เตรียมตัววางแผนจัดกระเป๋าไปขอนแก่นกันได้เลยค่ะ

4. จังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต เป็นอีกหนึ่งจังหวัดท่องเที่ยวสงกรานต์ที่โดดเด่นจากภาคใต้ โดยเฉพาะกิจกรรม Songkran on the beach ที่หาดป่าตอง เพราะนอกจากจะได้สาดน้ำสงกรานต์กันแบบชุ่มฉ่ำแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนกิจกรรมไปเล่นน้ำทะเลได้อีกด้วย ใครอยากสนุกแบบ 2 in 1 ช่วงสงกรานต์ปีนี้ ก็จดชื่อจังหวัดภูเก็ตเอาไว้ในลิสต์ได้เลยค่ะ

5. จังหวัดกาญจนบุรี

iStock_000038880620_Medium

ไฮไลท์งานสงกรานต์ภาคตะวันตก คือจังหวัดกาญจนบุรีค่ะ นอกจากจะมีการเล่นน้ำสงกรานต์และขบวนแห่ รวมถึงการแสดงพื้นเมืองในตัวจังหวัดแล้ว อีกสถานที่ที่น่าสนใจอีกที่ก็คือสงกรานต์มอญ ของชาวไทยเชื้อสายมอญที่อำเภอสังขละบุรีค่ะ โดยจะมีกิจกรรมหลัก ๆ คือการก่อเจดีย์ทราย การละเล่นสะบ้า การแสดงพื้นเมืองและการทำบุญรดน้ำขอพระพระ ซึ่งพิธีสรงน้ำพระของที่นี่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากค่ะ ภาพของชาวบ้านที่พร้อมใจมานอนเรียงต่อกันเป็นแถวยาวเพื่อให้พระสงฆ์เดินเหยียบไปบนหลัง ก่อนจะสรงน้ำพระ ด้วยความเชื่อที่ว่าพระสงฆ์เป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ควรสัมผัสพื้นดิน ถือเป็นภาพความพิเศษที่คุณจะได้เห็นแค่ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น  ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสวัฒนธรรมสงกรานต์แบบชาวมอญต้องไม่พลาดนะคะ

6. จังหวัดชลบุรี

จังหวัดชลบุรี ในภาคตะวันออกเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนที่ยังเล่นน้ำสงกรานต์ไม่จุใจ หรือพลาดช่วงสงกรานต์ปกติไปค่ะเพราะนอกจากจะมีการเล่นน้ำสงกรานต์กันช่วงวันที่ 13 – 15 แล้ว ที่นี่ยังมีงานประเพณีวันไหลอันขึ้นชื่อซึ่งจะจัดช้ากว่าจังหวัดอื่น ๆ ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ไปเที่ยวที่จังหวัดชลบุรี นอกจากจะได้เล่นน้ำสงกรานต์ปิดท้ายเทศกาลแล้ว ยังสามารถเที่ยวทะเลต่อได้อีกด้วยนะคะ