เวียงจันทน์เมืองหลวงของประเทศลาว และถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศด้วย การเดินทางท่องเที่ยวในเวียงจันทน์นอกจากรถโดยสารประจำทาง และแท็กซี่มิเตอร์แล้ว ยังมีรถตุ๊ก ๆ และรถสกายแล็ปที่นักท่องเที่ยวอาศัยการต่อราคากันเอาเอง ในเวียงจันทน์มีสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาอยู่หลายแห่ง มีขนบธรรมเนียมเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาเช่นเดียวกับไทย วัดจึงเป็นสถานที่งดงามวิจิตรแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ถ้าในการท่องเที่ยวพักผ่อนของเราในแต่ละครั้งได้ไปไหว้พระขอพรสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยแล้วจะยิ่งรู้สึกอิ่มเอมใจเป็นที่สุด

1.พระธาตุหลวง

พระธาตุหลวงหรือพระเจดีย์โลกะจุฬามณีโบราณสถานเคียงคู่ประเทศลาว เป็นที่ประดิษฐานพระอุรังธาตุสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าค่ะ พระธาตุองค์ใหญ่สีทองตระการตาโดยมีองค์เล็ก ๆ รายรอบรวมแล้ว 30 องค์ ซึ่งพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชสร้างพระธาตุหลวงครอบองค์เก่าไว้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า 27 พระองค์ เมื่อเดินเข้ามาภายในเขตวัด คุณจะพบกับซุ้มประตูสีขาวที่โดดเด่นงดงาม บริเวณรอบ ๆ มีอนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, วัดพระธาตุเหนือ และวัดพระธาตุใต้ ที่มีพระนอนและพระปรางค์ต่าง ๆ รวมถึงร้านขายสินค้าของที่ระลึกอีกด้วย สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก ในช่วงขึ้น 13 ค่ำ ถึง แรม 1 เดือน 12 จะมีงานพิธีที่ยิ่งใหญ่ของ สปป.ลาว นักท่องเที่ยวต่างพากันมานมัสการพร้อมเก็บภาพความประทับใจ

เปิดทำการเวลา 8.00 – 17.00 น. อัตราค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยว 5,000 กีบ คุณสามารถเดินทางได้ด้วยรถเมล์สีเขียว ท่าเดื่อ-ตลาดเช้า หลังจากนั้นใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถสามล้อไปยังพระธาตุหลวง โรงแรมและที่พักใกล้ๆที่น่าสนใจเช่น โรงแรมเอสเอ็นเคโฮเทล,โรงแรมCheuang 2,โรงแรมลาวโกลเด้น,โรงแรมดวงประเสริฐ

2.วัดศรีสะเกษ

สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2361 สร้างโดยพระเจ้าอนุวงศ์ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ล้านช้าง เชื่อกันว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเวียงจันทน์ สถาปัตยกรรมของวัดออกแบบคล้ายคลึงกับศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้นของประเทศไทย โดยเฉพาะระเบียงรอบพระอุโบสถที่เป็นแบบเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดอรุณราชวราราม หลังคาเป็นไม้แกะสลักอย่างงดงามค่ะ ภายในพระอุโบสถประดิษฐานองค์พระประธานเก่าแก่ ด้านนอกรอบระเบียงกำแพงประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่มากมาย ภายในวัดยังมีหอไม้โบราณหรือหอไตรซึ่งมีรูปทรงคล้ายมณฑป

การเดินทางไปยังวัดศรีสะเกษ ให้มุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่ถนน Nongbone จากนั้นเลี้ยวขวาวิ่งต่อไปยังถนน Lan Xang ตรงหัวมุมกับถนน Setthathirat วัดจะอยู่ทางด้านขวามือค่ะ ที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งเวลา 08.00 – 16.00 น. ที่พักและโรงแรมใกล้ ๆ วัดแห่งนี้ก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมไอบิส เวียนเทียน นัมพู, โรงแรมนิวลาว ปารีส, โรงแรมล้านช้าง, โรงแรมพอนประเสิด

3.วัดสีเมือง

วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดแห่งโชคลาภ ของสปป.ลาว เลยค่ะ ผู้ที่มาเยือนที่นี่มักจะเสี่ยงทายดวงชะตาและขอพรในเรื่องให้สมหวังดั่งปรารถนา ยกเว้นขอพรในเรื่องของความรักนะคะ ภายในวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งของศาลหลักเมืองประจำนครเวียงจันทน์ วัดสีเมืองหรือวัดศรีเมือง ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2106 หลังจากนั้นได้ถูกกองทัพสยามทำลายลงในปีพ.ศ.2371และไดัสร้างขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ.2458 ภายในวัดมีพระพุทธรูปเก่าแก่จำนวนมากประดิษฐานอยู่ โดยเฉพาะพระพุทธรูปเก่าแก่องค์หนึ่งถึงแม้จะชำรุดไปบ้างบางส่วนแต่สำหรับชาวลาวเชื่อกันพระพุทธรูปองค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก สำหรับนักท่องเที่ยวเสียค่าเข้าชมคนละ 5,000 กีบค่ะ เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

วัดสีเมืองตั้งอยู่บนถนนเชษฐาธิราช ทางด้านทิศตะวันออกของสถานฑูตฝรั่งเศส การเดินทางให้ใช้เส้นทางถนน
Nongbone ต่อด้วยถนน Mohosot เลี้ยวซ้ายตรงสถานทูตฝรั่งเศสตรงตรงไปวัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือค่ะ ใกล้ ๆ วัดแห่งนี้ก็มีที่พักและโรงแรมที่อบอุ่น เช่น เฮือนลาว เกสเฮ้าส์, มันดาราบูติค โฮเทล, เฮือนพัก จันทะโสม, โรงแรมกรีนพาร์ค บูติค

4.วัดองค์ตื้อมหาวิหาร

มาเวียงจันทน์ ต้องได้มาสักการะพระเจ้าองค์ตื้อ วัดนี้มีความสำคัญมากในทางประวัติศาสตร์ลาวค่ะ ตัวพระอุโบสถได้รับการบูรณะใหม่มาหลายครั้ง หน้าบันแกะสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เป็นที่ประดิษฐาน “พระเจ้าองค์ตื้อ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดของนครเวียงจันทน์ คำว่า “องค์ตื้อ” นั้นหมายถึง น้ำหนักของพระพุทธรูปองค์นี้ที่หนัก1 ตื้อ (มาตราโบราณของชาวลาว) คือประมาณ12,000 กิโลกรัม  วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ทั้งชาวลาวเองและนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างต้องมา ต่างให้ความเคารพนับถือเรียกได้ว่ามาเวียงจันทน์ ต้องได้มาสักการะพระเจ้าองค์ตื้อค่ะ และวัดแห่งนี้เป็นวัดที่ตั้งสถานบันการศึกษาพุทธศาสนาสำหรับพระภิกษุสงฆ์จากทั่วทั้งประเทศอีกด้วย

สถานที่ตั้งวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนเชษฐาธิราช การเดินทางให้ใช้ถนน Lane Xang เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนน Saylo ตรงไปเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาเข้าถนนขุนบุลม จากนั้นวิ่งตามเส้นทางถนนขุนบุลม และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุพานุวง วิ่งตรงไปเรื่อย ๆ วัดจะตั้งอยู่ทางซ้ายมือค่ะ ซึ่งอยู่ห่างจากหอพระแก้วมาทางทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร มีเวลาเปิดให้เข้าชมคือ 08.00 – 12.00 น. และ13.00 – 16.00 น. โรงแรมและที่พักในละแวกใกล้เคียงที่น่าสนใจเช่น โรงแรมลาวซิลค์, วี โฮเทล,โรงแรมวงศ์คำแสน, โรงแรมล้านช้าง

จองโรงแรมและที่พักออนไลน์ในราคาสุดคุ้ม โรงแรมอื่นๆในเวียงจันทร์