วิถีการท่องเที่ยวนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคล หากจะกล่าวถึงการท่องเที่ยวในรูปแบบ Adventure แล้วนั้นในแถบทวีปเอเชียของเราก็มีสถานที่และกิจกรรมมากมายหลายแห่งให้ได้ไปพิชิตเพื่อเอาชนะใจตัวเองสร้างความภาคภูมิใจและยังได้สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติที่คุ้มค่ากับการแลกมาด้วยความเหนื่อยยากอีกด้วยค่ะ

1. Mt.Kinabalu, Kota Kinabalu

Mt.Kinabalu, Kota Kinabalu

Mt.Kinabalu, Kota Kinabalu2

หนึ่งในยอดเขาที่ผู้ชื่นชอบการปีนเขาจากทั่วโลกหลั่งไหลกันมาพิชิต ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องจองคิวขึ้นเขาล่วงหน้ายาวหลายเดือน แต่ภูเขาลูกนี้ก็ไม่เคยร้างลานักท่องเที่ยว และนับวันก็ยิ่งเพิ่มความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆโดยยอดเขาคินาบาลูนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติคินาบาลู ในรัฐซาบาห์ บนเกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย ยืนหยัดอย่างสง่างามอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 4,095.2 เมตรเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะบอร์เนียว และสูงเป็นอันดับที่ห้าในเอเชียอาคเนย์จากหลักฐานทางธรณีวิทยาพบว่าคินาบาลู คือเทือกเขาหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่ดันเปลือกโลกขึ้นมา และใช้เวลาร่วมหนึ่งล้านปี กว่าจะมีรูปร่างของภูเขาอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบันในเขตอุทยานแห่งชาติคินาบาลูนั้นมีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก จนได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกแห่งแรกของมาเลเซีย

การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาคินาบาลู มีระยะทางกว่า 8.72 กม. ต้องใช้เวลาในการพิชิตยอดเขานี้ถึง 2 วัน 1 คืน โดยการเดินทางจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ในช่วงแรกนั้นจะเป็นการเดินผ่านป่าและดอกไม้พันธุ์แปลกตา เป็นระยะทาง 6 กม. และหยุดพักค้างคืนระหว่างทาง แล้วจึงเดินเท้าต่อในตอนดึกซึ่งจะเริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่มีความท้าทาย เพราะต้องผ่านหน้าผาหินสูงชัน ที่ต้องสาวเชือกปีนป่ายภายใต้ความมืดและอากาศที่เบาบางด้วยความระมัดระวัง เพื่อพิชิตยอด Low’s Peak Summit (ที่ระดับน้ำทะเล 4,095.2 ม.) ความสวยงามของยอดเขาจะปรากฏตรงหน้าพร้อมกับการฉายแสงของพระอาทิตย์ในตอนเช้าที่สวยงามชนิดลืมความเหน็ดเหนื่อยกันเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งการเดินทางไปพิชิตยอดเขาคินาบาลูนั้น สามารถบินไปลงที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์จากนั้นบินต่อไปลงที่สนามบินโคตาคินาบาลู แล้วเข้าเมืองด้วย Shuttle bus ซึ่งจะออกจากสนามบินทุกชั่วโมง ค่าโดยสารจะอยู่ที่ราคา 1.5 RM ส่วนการเดินทางจากตัวเมืองโคตาคินาบาลูไปสู่อุทยานแห่งชาติคินาบาลูนั้น สามารถเหมาแท็กซี่จากในเมืองได้เลยค่ะ ราคาจะอยู่ที่ประมาณคนละ 20 RM

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น Celyn Resort Kinabalu, Kinabalu Park, Shangri-La’s Rasa Ria Resort Spa

. Parachute (พาราชูต) พัทยา ประเทศไทย
. Parachute (พาราชูต) พัทยา ประเทศไทย02

2. Parachute (พาราชูต) พัทยา ประเทศไทย

พัทยา เมืองที่คุ้นเคยกันดีของคนไทย และเป็นที่รู้จักกันดีของชาวต่างชาติ สาเหตุของความนิยมนั้นอาจเป็นเพราะชายหาดที่มากมายไปด้วยกิจกรรมทางน้ำ ร้านอาหารและโรงแรมที่พักที่ติดกับบริเวณชายหาด อีกทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าที่อยู่ใกล้กันกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ พัทยาสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดีในทุกๆ ด้าน

การมาเที่ยวทะเลพัทยานอกจากจะได้นอนเตียงผ้าใบริมชายหาดทานอาหารทะเล หรือเช่าห่วงยางออกไปลอยคอเล่นน้ำทะเลแล้ว ชายหาดพัทยายังมีกิจกรรมทางน้ำที่เอาใจคนรักความสูงนักท่องเที่ยวจะได้ตื่นเต้นกับการเหินเวหากลางทะเลสัมผัสความหวาดเสียวชนิดขาไม่ติดพื้นด้วยกิจกรรมเรือลากร่มหรือParachute(พาราชูต) โดยการเล่น Parachute (พาราชูต) นั้นก็ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย เพราะจะต้องนั่งเรือออกไปที่โป๊ะกลางทะเล เตรียมพร้อมด้วยการสวมเสื้อชูชีพ เจ้าหน้าที่จะนำเชือกจากร่มมาติดกับตัวของผู้เล่น จากนั้นแรงลมและความเร็วของเรือจะพาคุณทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าให้ลมโต้ใบหน้าชมบรรยากาศหาดพัทยาจากมุมสูงหากสนใจสามารถติดต่อตัวแทนของ Parachute(พาราชูต) ที่จะอยู่บริเวณริมหาดได้ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาทต่อรอบ โดย 1 รอบก็จะประมาณ 5 นาที และการเดินทางไปพัทยานั้น สามารถขึ้นรถตู้ได้ที่อนุสาวรีย์ ในราคา 100 บาท หรือขึ้นรถทัวร์ที่สถานีขนส่งเอกมัย ซึ่งจะมีราคาตั้งแต่ 125-135 บาท ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 2 ชม. ก็จะถึงพัทยาแล้วค่ะ

สำหรับโรงแรมและที่พักนั้นเราสามารถเข้าพักโรงแรมที่ติดชายหาดพัทยาได้เลยค่ะ เช่น Hard Rock Hotel Pattaya, Rabbit Resort Pattaya, Pullman Pattaya G

Mt.Bromo ประเทศอินโดนีเซีย
Mt.Bromo ประเทศอินโดนีเซีย02

3. Mt.Bromo ประเทศอินโดนีเซีย

ภูเขาไฟ Bromo นับเป็นสถานที่ทางธรรมชาติที่มีเสน่ห์ของอินโดนีเซียที่หนึ่ง ตั้งอยู่ที่เมือง Probolingo ใน Bromo-Tengger-Semeru National Park เป็นภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นและมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งบนเกาะชวาฝั่งตะวันออกทำให้ได้รับสมยานามว่า “ลมหายใจเทพเจ้า” ซึ่งได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิดถึงปากปล่องในแต่ละวันจะมีผู้คนนับร้อยนับพันมุ่งหน้ามา ณ ภูเขาไฟแห่งนี้โดยช่วงแรกสามารถเดินเท้าหรือขี่ม้าผ่านเนินทรายที่ปกคลุมไปด้วยเถ้าถ่านสีเทาดำ จากนั้นต้องเดินเท้าผ่านบันไดแคบๆ และสูงชันกว่า 300 ขั้นสู่จุดสูงสุดของปากปล่องที่มีกลุ่มควันขาวก้อนใหญ่ลอยสูงขึ้นแล้วถูกลมพัดสลายหายไป แต่ยังคงเหลือกลิ่นกำมะถันเจือจางอยู่ในอากาศ เมื่อมองต่ำลงไปยังจุดกำเนิดของควันขาว จะเป็นปากเหวลึกลักษณะคล้ายแอ่งกระทะ ปากบานกว้าง และลาดชันลงไปยังปากปล่องชั้นใน ก่อนจะลึกดิ่งลงไปเป็นทรงกระบอกขนาดใหญ่กว้างกว่า 100 เมตร ซึ่งจะมองเห็นผิวน้ำสีเขียวเข้มอยู่ในความลึกนั้น

การเดินทางไปถึงปากปล่องของภูเขาไฟแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะต้องก้าวผ่านด้วยกำลังขาของตนเอง แต่ยังต้องเสี่ยงจากอันตรายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เสมือนด่านพิสูจน์ความแข็งแรงและความอดทนของนักท่องเที่ยว ผู้ซึ่งมุ่งมั่นขึ้นมาเพื่อสัมผัสความยิ่งใหญ่และความน่าเกรงขามของธรรมชาติ โดยวิธีที่จะเดินทางไปชื่นชมภูเขาไฟ Bromo นั้นสามารถบินไปลงที่สนามบินสุราบายา ซึ่งวิธีการเดินทางต่อจากสนามบินไปที่ภูเขาไฟ Bromo เราสามารถเช่ารถพร้อมคนขับได้ที่สนามบินหรือติดต่อผ่านโรงแรมที่พักให้มารับเพื่อไปที่ภูเขาไฟ Bromo ได้เลยค่ะ

โรงแรมที่พักที่ใกล้เคียง เช่น Djoglo Luxury Bungalow, Solaris Hotel Malang, HARRIS Hotel and Conventions Malang

Mt.Fan Si Pan ประเทศเวียดนาม
Mt.Fan Si Pan ประเทศเวียดนาม2

4. Mt.Fan Si Pan ประเทศเวียดนาม

หากพูดถึงเมืองซาปาสิ่งที่ผู้คนนึกถึงคือภาพความสงบของหมู่บ้านและความสวยงามของนาขั้นบันไดแต่วันนี้เราจะมาแนะนำอีกสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมไม่แพ้กันสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายนั่นก็คือ ยอดเขาฟานซิปัน (Fan si pan) ยอดเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีน ในจังหวัดหล่าวกาย ประเทศเวียดนามตั้งตระหง่านรอผู้ไปเยือนบนความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 3,143 เมตร ยอดเขาแห่งนี้ สภาพป่ายังคงความสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงการที่จะพิชิตยอดเขาซึ่งถือว่าเป็นหลังคาแห่งอินโดจีนแห่งนี้ได้จะต้องใช้วิธีเดินเท้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยระยะทาง 12 กม. และระยะเวลา 2 วัน ผู้เดินทางจะต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะการเดินเท้าสู่ยอดเขาแห่งนี้ไม่ได้มีความสะดวกสบาย จากสภาพเส้นทางที่ค่อนข้างชัน และระหว่างทางไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ สิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจคือทัศนียภาพอันตระการตา ความมหัศจรรย์ของป่าดิบเขาอันอุดมสมบูรณ์ทะเลหมอกสีขาวหนาวเย็นที่มาชดเชยความเหนื่อยล้าจากการเดินเท้าก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้พิสมัยการเดินป่าจากทั่วโลกเลือกยอดเขาฟานซิปันเป็นจุดหมายปลายทางในการทดสอบกำลังใจและความแข็งแรงของร่างกายรวมถึงชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์

เมืองซาปานั้นไม่มีสนามบินค่ะแต่สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบิน Noi Bai ที่เมืองฮานอย แล้วต่อรถไฟไปลงที่เมืองหล่าวกาย จากนั้นต่อรถตู้หรือให้รถที่มาจากโรงแรมที่จองไว้มารับเข้าเมืองซาปา สำหรับการ Trekking เพื่อพิชิตยอดเขา Fan Si Pan สามารถติดต่อไกด์จาก Agency Tour หรือติดต่อจากโรงแรมที่พักก็ได้ค่ะ

โดยมีโรงแรมที่พักในซาปามากมายให้เลือกพักผ่อนก่อนเดินขึ้นเขาได้ เช่น Sapa Eden Hotel, Sapa Legend Hotel Spa , Sapa View Hotel

หุบเขา Tiger Leaping Gorge ประเทศจีน
หุบเขา Tiger Leaping Gorge ประเทศจีน02

5. หุบเขา Tiger Leaping Gorge ประเทศจีน

Tiger Leaping Gorgeหรือมีชื่ออย่างไทยๆ ว่า“หุบเขาเสือกระโจน”เป็นหนึ่งในหุบเขาเหนือแม่น้ำที่มีความลึกที่สุดในโลกมีจุดที่ลึกที่สุดจากยอดเขาถึงแม่น้ำด้านล่างอยู่ที่ 3.8 กม. หุบเขาเสือกระโจนนี้อยู่ห่างจากเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน

เส้นทางในการเดินชมหุบเขาเสือกระโจนแบ่งเป็น 3 ช่วงด้วยกัน โดยเส้นทางแรกคือ Lower Tiger Leaping Gorge เป็นถนนคอนกรีตเลียบแม่น้ำจินชาทางฝั่งขวา (ฝั่งภูเขาหิมะมังกรหยก)ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมงเส้นทางช่วงที่สองคือMiddle Tiger Leaping Gorge โดยนั่งรถจาก Upper Tiger Leaping Gorge ไปอีกประมาณ 20 กม. และเส้นทางสุดท้ายคือ Upper Trekking Route เป็นทางเดินลัดเลาะไปตามสันเขาทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำ (ฝั่งภูเขาหิมะฮาปา) เป็นทางเดินเขาความยาว 24 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 1-3วันสภาพทางเดินค่อนข้างดี และมีเกสเฮ้าส์ตลอดทางตามหมู่บ้านที่เดินผ่านถึงแม้ทางจะไม่ได้มีความยากลำบาก แต่ก็ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินสูงเนื่องจากทางด้านขวานั้นเป็นหน้าผาลึก มีแม่น้ำอยู่ด้านล่างแทบจะตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ทางเดินยังไม่มีรั้วกั้นและบางช่วงยังแคบมากอีกด้วย ช่วงเวลาเหมาะสมในการเดินชมธรรมชาติที่หุบเขาเสือกระโจนนั้นสามารถมาได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง

สำหรับวิธีการเดินทางมาทดสอบความอึดของร่างกาย สามารถบินมาลงที่สนามบิน Changshui Airport ของคุนหมิงแล้วต่อเครื่องบินมาลงที่ลี่เจียงอีกที จากนั้นให้นั่งรถบัสมาลงที่ปากทางเข้าหุบเขาเสือกระโจน โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชม.ค่ะ

สามารถเข้าพักโรงแรมใกล้เคียงก่อนเดินทางมาที่นี่ได้ที่ LUX Tea Horse Road Lijiang , Pullman Lijiang Resort and Spa , Grand Hyatt Lijiang

วังเวียง ประเทศลาว
วังเวียง ประเทศลาว2

6. วังเวียง ประเทศลาว

วังเวียงเมืองเล็กๆที่มีเสน่ห์เหลือล้นจากภูเขาหินปูนที่ล้อมรอบแม่น้ำซองที่ไหลผ่านและการตั้งอยู่ท่ามกลางสายหมอกสีขาวที่พาดผ่านตามซอกเขาในอดีตวังเวียงเป็นเพียงทางผ่านในการไปเยือนเมืองมรดกโลกหลวงพระบางแต่ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่คล้ายกุ้ยหลินของจีนประกอบกับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และกิจกรรมที่หลากหลาย ทำให้ปัจจุบันเมืองแห่งนี้ได้กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจัดไว้เป็นอันดับต้นๆ ของลาว

วังเวียงเมืองท่องเที่ยวเล็กๆแห่งนี้ตั้งอยู่ในแขวงเวียงจันทน์สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนว Adventure ที่น่าสนใจมากมาย เช่น ล่องห่วงยาง พายเรือคายัคในแม่น้ำซอง กระโดดน้ำและเล่น Zip Line ที่ Blue Lagoon มีถ้ำมากมายให้ได้ผจญภัย อีกทั้งยังมี Balloon ให้ขึ้นไปชมวิวเมืองวังเวียงในมุมสูงอีกด้วย พูดได้ว่าวังเวียงนั้นครบครันและถูกจริตสำหรับนักท่องเที่ยวแนว Backpack อย่างมาก การเดินทางไปวังเวียงสามารถบินไปลงที่เวียงจันทน์แล้วต่อรถตู้ที่ท่ารถตู้ตรงข้ามตลาดหนองจันไปที่วังเวียงได้ ในราคา 200 บาท หรืออาจจะเลือกบินไปลงที่อุดรธานี จากนั้นขึ้นรถทัวร์โดยสารระหว่างประเทศ อุดรธานี – วังเวียง ที่สถานีขนส่งจังหวัดอุดรธานีในราคา 320 บาท ซึ่งจะมีแค่รอบเดียวเท่านั้น คือ 08.30 น.

สำหรับโรงแรมและที่พักในวังเวียงมีมากมายหลายแบบให้ได้เลือกสรร วันนี้เราจะมาแนะนำที่พักในวังเวียงกันค่ะ คือ Vieng Tara Villa, Villa VangVieng Riverside, The Grand Riverside Hotel

เส้นทางเดินธรรมชาติ Zhuili Old Trail ประเทศไต้หวัน
เส้นทางเดินธรรมชาติ Zhuili Old Trail ประเทศไต้หวัน02

7. เส้นทางเดินธรรมชาติ Zhuili Old Trail ประเทศไต้หวัน

Zhuili Old Trailตั้งอยู่ที่ Taroko national park ประเทศไต้หวัน โดย Zhuili Old Trail เป็นเส้นทางเดินอ้อมเขา Hehuan ซึ่ง Zhuili Old Trail นี้เป็นเส้นทางเดินของทหารในสมัยโบราณ แต่ปัจจุบันได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินในระยะสั้นๆ ถึงแค่ Zhuilu Cliff เท่านั้น ซึ่งเป็นหน้าผาที่มีทางเดินกว้างแค่ 1 คนยืน เรียกได้ว่าหลังติดเขา แล้วหันหน้าโต้ลมชมวิวถนนด้านล่างกันอย่างหวาดเสียวขาสั่นใจสะท้านกันเลยทีเดียวและตอนขากลับก็ต้องเดินย้อนกลับลงมาทางเดิมด้วยถึงแม้จะมีระยะทางแค่สั้นๆแต่ก็มีความแคบและชันมากต้องใช้ระยะเวลาในการเดินขึ้นลงถึง 4 ชม.และที่นี่ยังจำกัดจำนวนคนที่เดินขึ้นในแต่ละวันด้วย เนื่องจากเหตุผลทางด้านความปลอดภัย ซึ่งหากใครสนใจก็ต้องจองคิวล่วงหน้าและทำเรื่องขออนุญาตจากทางอุทยานก่อน

สำหรับการเดินทางไปที่นี่ สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินเถาหยวนที่ไทเป จากนั้นนั่งรถไฟ TRA จากสถานี Taipei ไปลงที่สถานี Hualien แล้วเหมาแท็กซี่ไปที่ Taroko national park ค่ะ

สามารถเข้าพักที่พักบริเวณใกล้เคียงก่อนจะมาชื่นชมความสวยงามได้ที่ Taroko Mountain Dream Homestay B&B, Silks Place Taroko , Liiko Hotels

Mt.Fujiประเทศญี่ปุ่น
Mt.Fujiประเทศญี่ปุ่น02

8. Mt.Fujiประเทศญี่ปุ่น

ภูเขาไฟฟูจิเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Fuji Hakone Izuเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความสูง 3,776 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีธรรมชาติและบรรยากาศสวยงาม ล้อมรอบด้วยทะเลสาบถึง 5 แห่ง และยังได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกจาก UNESCOอีกด้วยภูเขาไฟฟูจินั้นถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ผู้คนมากมายทั่วโลกต่างหาโอกาสมาชมภูเขาไฟแห่งนี้ให้ได้สักครั้ง และมีผู้คนอีกมากมายเช่นกันที่ไม่เพียงดื่มด่ำกับความงามของฟูจิแค่เพียงสายตาแต่ยังสัมผัสภูเขาไฟแห่งนี้อย่างใกล้ชิดด้วยการปีนขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดของภูเขาไฟแม้ว่านักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาชมโดยรอบทะเลสาบภูเขาไฟฟูจิได้ทั้งปี แต่สำหรับการปีนภูเขาไฟนั้นทางการเปิดให้ปีนได้แค่ช่วงฤดูร้อน ต้นเดือนกรกฏาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม เนื่องจากในช่วงนี้จะไม่มีหิมะ และสภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมสำหรับการเดินขึ้นไปบนภูเขาไฟ และช่วงที่คนนิยมปีนกันมากที่สุดคือช่วงเทศกาลโอะบ้ง กลางเดือนสิงหาคมเนื่องจากความยิ่งใหญ่และสวยงามของภูเขาไฟฟูจิแห่งนี้ ที่หากแม้จะมองมาจากที่ไกลๆ จะสวยกว่าอยู่ใกล้ๆ แต่ทัศนียภาพในวันที่อากาศปลอดโปร่ง และภาพความงามพระอาทิตย์ในยามเช้าตรู่บนยอดเขาแห่งนี้ ก็ถือว่าเป็นเหตุผลที่เพียงพอสำหรับการฝ่าฝันความเหนื่อยยากขึ้นมาบนภูเขาไฟลูกนี้แล้ว

การเดินทางไปพิชิตฟูจิ สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินนาริตะ แล้วนั่งรถไฟ Narita Express ไปที่สถานีรถไฟ Shinjuku จากนั้นจึงนั่งรถไฟจากสถานี Shinjuku ไปที่สถานี Otsuki โดย JR หรือ LTD. EXP แล้วนั่งรถไฟ Fujikyu หรือ LTD.EXP ไปที่สถานี Kawaguchiko หรืออีกทางหนึ่งคือนั่งรถบัสยาวจากสถานี Shinjuku ไปที่ Kawaguchiko เลย และเมื่อถึงสถานี Kawaguchiko แล้วให้ซื้อตั๋วรถบัสจากบริษัทท่องเที่ยวที่ให้บริการอย่บริเวณสถานี เพื่อขึ้นไป Station ที่ 5 ของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นจุดสตาร์ทในการเดินขึ้นภูเขาไฟฟูจินั่นเองค่ะ

สำหรับโรงแรมที่พักใกล้เคียงมีมากมายหลากหลาย เช่น Fujisan Onsen Hotel Kaneyamaen, Hotel Mt. Fuji ,KasuiteiOhya

WahibaSand ประเทศโอมาน
WahibaSand ประเทศโอมาน02

9. WahibaSand ประเทศโอมาน

Wahiba Sand- โอมานเป็นประเทศในแถบตะวันออกกลาง ที่มีภูมิประเทศผสมผสานทั้งภูเขาหินสูงที่แทรกด้วยโอเอซิส และกว่า 82%ของประเทศเป็นภูเขาหินและทะเลทราย สำหรับทะเลทรายส่วนที่เป็นดินแดนของประเทศโอมานนั้นอยู่ในรัฐAl Sharqiyah เรียกว่า Wahiba Sand เป็นทะเลทรายขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 180 กิโลเมตร ทะเลทรายนี้นักท่องเที่ยวสามารถไปตั้งเต็นท์นอนกลางทะเลทรายได้ และยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการลุย เช่น นั่งรถออฟโรดตะลุยทะเลทราย ชื่นชมทิวทัศน์เวิ้งว้างกว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตาและการขี่อูฐชื่นชมบรรยากาศของทะเลทราย โดยค่าใช้จ่ายทุกอย่างรวมอยู่ที่ประมาณ 80 รีลต่อคน ใครที่อยากตัดขาดจากโลกภายนอกก็จะได้ปลีกวิเวกสมใจอยาก เพราะที่นั่นจะไม่มีทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เนต และสัญญาณโทรศัพท์

การเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศทะเลทรายสามารถบินตรงไปโอมานได้เลยค่ะ โดยลงที่สนามบิน Muscat International Airport ที่เมืองมัสกัต เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะที่โอมานยังไม่ค่อยครอบคลุม ทำให้การเดินทางที่โอมานนั้นไม่ค่อยสะดวกนั้น จึงแนะนำให้ซื้อแพคเกจทัวร์ไปพักแบบเต้นท์ที่ทะเลทราย Wahiba Sand เพราะจะมีรถรับส่งให้ด้วยค่ะ

สำหรับที่พักแบบเต้นท์ท่ามกลางทะเลทรายนั้นมีหลายแห่ง เช่น Desert Retreat Camp, Desert Nights Camp, Arabian Oryx Camp

Ski Resort ประเทศเกาหลี
Ski Resort ประเทศเกาหลี02

10. Ski Resort ประเทศเกาหลี

เมื่อไปเที่ยวเกาหลีโดยเฉพาะในฤดูหนาว ที่มักจะเริ่มต้นในเดือนธันวาคมของทุกปี วิวทิวทัศน์ของหุบเขารอบเมืองจะมีความสวยงามยิ่งขึ้น เพราะถูกปกคลุมด้วยหิมะที่เรียกได้ว่าสวยงามไม่แพ้หิมะของยุโรป แถมราคายังถูกกว่ามากทำให้หลายคนเลือกไปสัมผัสหิมะและเล่นสกีในเกาหลีซึ่งการเล่นสกีที่เกาหลีนี้ไม่ต้องอาศัยความชำนาญมากเท่าการเล่นสกีที่ฝั่งยุโรป จึงเหมาะกับมือสมัครเล่นแต่ก็ยังมีลานบนภูเขาลูกสูงสำหรับผู้ที่มีความชำนาญและชอบความท้าทายโดยเกาหลีนั้นจะมีสกีรีสอร์ทอยู่มากมายแต่ที่ได้รับความนิยมมีอยู่ประมาณ12 แห่ง ที่ให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศสีขาวโพลนของหิมะอย่างใกล้ชิดและมีโอกาสเล่นสกีได้ทั้งลานเล็กๆสำหรับผู้หัดเล่นหรือลานสูงใหญ่บนภูเขาซึ่งเกือบจะทุกสกีรีสอร์ทจะมีบริการให้เช่าอุปกรณ์การเล่นสกีเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทีสนใจจะเล่นสกี

การเดินทางไปเกาหลีสามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินอินชอลที่โซล และจองรถให้มารับที่โซลได้เมื่อซื้อแพคเกจเล่นสกีค่ะ หรือขึ้นรถบัสที่สถานี Dong Seoul Bus Terminal (รถไฟใต้ดินสาย 2 สีเขียว สถานี Gangbyeon) จากนั้นนั่งรถบัสไปลงที่สถานีชางพยอง (Jangpyeong) หรือขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Gyeonchun ลงสถานี Cheongpyeong แล้วต่อแท็กซี่ไปที่สกีรีสอร์ทก็ได้เช่นกันค่ะ

สำหรับที่พักที่มีลานสกีในเกาหลีก็จะมี Phoenix Park Resort Hotel, Intercontinental Pyeongchang Resort Alpensia , Goodstay Elf Spa Resort