ประเทศญี่ปุ่นแม้จะเป็นประเทศที่สามารถพัฒนาตนเองให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน ทั้งทางด้านเทคโนโลยี การศึกษา ชีวิตความเป็นอยู่ แต่ญี่ปุ่นเองก็ยังสามารถรักษาวันสำคัญและเทศกาลเก่าแก่ที่มีมากมายเอาไว้ได้ โดยเทศกาลต่าง ๆ จะมีเอกลักษณ์ และแสดงถึงขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น ในช่วงปลายปีที่ญี่ปุ่นจะมีเทศกาลที่น่าสนใจมากมายให้ได้วางแพลนไปชมกันถึงที่ สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำ 10 เทศกาลในช่วงปลายปีที่น่าสนใจของญี่ปุ่นให้ได้รู้จักกันค่ะ

Nebuta Festival, Aomori, Japan

1. Nebuta Matsuri (เทศกาลเนบุตะ)

Nebuta Matsuri (เทศกาลเนบุตะ) จัดขึ้นทุกวันที่ 2 – 7 สิงหาคม ของทุกปี ที่เมืองต่าง ๆ ในจังหวัด Aomori (อาโอโมริ) โดยเทศกาลเนบุตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมีชื่อว่า เนบุตะ มัสสุริ ของจังหวัด Aomori (อาโอโมริ) เทศกาลนี้เป็นเทศกาลแห่โคมไฟขนาดมหึมา ซึ่งโคมไฟนี้โดดเด่นไปด้วยแสงสี โดยตัวโคมไฟมีขนาดตั้งแต่ 3 – 9 เมตร ทำจากกระดาษ เพนท์สีอย่างสวยงามเป็นรูปร่างหลากหลายตระการตา อาทิเช่น เทพเจ้า ปีศาจ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ นำขบวนโดยขบวนกลองไทโกะ โดยมีนักเต้น นักดนตรีที่ร่วมแห่ไปพร้อมกัน ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของเทศกาลจากบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยแสงสี เสียงดนตรี และขบวนนักเต้น โดนจะเดินขบวนทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 19.10 – 21.00 น. ส่วนวันที่ 7 สิงหาคม จะเริ่มเดินขบวนตั้งแต่ 13.00 – 15.00 น. และตั้งแต่เวลา 19.15 – 21.00 น. จะเป็นการแสดงพลุ และขบวนพาเหรด ผู้ชมสามารถเข้าชมฟรีจากรอบนอก

การเดินทาง : จาก Narita Airport (สนามบินนาริตะ) เข้าเมืองโดยนั่งรถไฟ Narita Express ลงสถานี Tokyo (โตเกียว) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนั่ง Tohoku Shinkansen (โตโฮกุ ชินคันเซ็น) มาลงที่สถานี Aomor (อาโอโมริ) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 59 นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียงจังหวัด Aomori (อาโอโมริ) เช่น APA Hotel Aomorieki Kenchodor, Hotel Route-Inn Aomori Ekimae, Hotel Route-Inn Aomori Chuo Inter

Credit : http://japan-web-magazine.com/en/akita-kanto-matsuri

2. Kanto Matsuri (เทศกาลเสาโคมไฟ)

Kanto Matsuri (เทศกาลโคมไฟ) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่วันที่ 3 – 6 สิงหาคม โดยไฮไลท์ของงานคือการแสดงทักษะ และเทคนิคลีลาในการควบคุมการถือเสาคันโตะที่เป็นไม้ไผ่ขนาดยาวกับโคมไฟกระดาษที่อยู่ตรงปลายเสา โดยเสาคันโตะที่ใหญ่ที่สุดยาวถึง 12 เมตร หนักประมาณ 50 กิโลกรัม ห้อยโคมไฟกระดาษไว้ได้มากถึง 46 อัน นักแสดงจะต้องใช้ทั้งพละกำลัง และเทคนิคลีลาต่าง ๆ เพื่อให้มีความสมดุลในการควบคุมคันโตะไม่ให้ล้มลงมา เทศกาลจะเริ่มในช่วงกลางคืน โดยจะปิดถนนเพื่อให้มีการเดินขบวนพาเหรดที่ถนน Chuo Dori (ชุโอโดริ) ใจกลางเมือง Akita (อาคิตะ) การแสดงจะเริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 – 21.00 น. นอกจากนี้ในช่วงท้ายจะมีเวลาให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปถ่ายภาพ และทองแบกเสาคันโตะที่ใช้แสดงจริงด้วย

การเดินทาง : จาก Narita Airport (สนามบินนาริตะ) เข้าเมืองโดยนั่งรถไฟ Narita Express ลงสถานี Tokyo (โตเกียว) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนั่ง Akita Shinkansen (อาคิตะ ชินคันเซ็น) มายังเมือง Akita (อาคิตะ) ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 50 นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียงจังหวัด Akita (อาคิตะ) เช่น APA Hotel Akita-Senshukoen, Hotel Route-Inn Akita Tsuchizaki, Comfort Hotel Akita

Credit : http://taiken.co/single/artificial-safflowers-showcase-summer-in-yamagata-yamagata-hanagasa-festival-flower-hat-festival

3. Hanagasa Matsuri (เทศกาลฮะนะงะซะ)

Hanagase Matsuti (เทศกาลฮะนะงะซะ) เป็นเทศกาลประจำฤดูร้อนที่โด่งดังมากของจังหวัด Yamagata (ยามากาตะ) โดยใน 1 ปี จะจัดเพียง 3 วันเท่านั้น มักจะจัดต้นเดือนสิงหาคม เป็นเทศกาลที่ส่งเสริมให้คนในจังหวัดมีความสามัคคี โดยผู้คนในจังหวัดจะแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ และมีท่าเต้นที่แตกต่างกันไปตามคอนเซ็ปต์ของแต่ละกลุ่ม ทุกคนในกลุ่มจะใช้เวลาร่วมกัน และซ้อมเต้นกันมาอย่างพร้อมเพรียง การแสดงจะจัดเป็นขบวนยาวหลายกิโลเมตร นักแสดงจะเต้นอย่างเต็มที่ไปพร้อมกับการร้องเพลงสดเป็นเวลาหลายชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.00 น. เทศกาลนี้มีนักท่องเที่ยวจากที่อื่นหลั่งไหลมาชมการแสดงเป็นจำนวนมาก ด้วยความร่วมใจและสามัคคีของคนในจังหวัด เพื่ออนุรักษ์เทศกาลของจังหวัดที่มีมาอย่างยาวนานนั่นเอง

การเดินทาง : จาก Narita Airport (สนามบินนาริตะ) เข้าเมืองโดยนั่งรถไฟ Narita Express ลงสถานี Tokyo (โตเกียว) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนั่ง Yamagata Shinkansen (ยามากาตะ ชินคันเซ็น) ไปยังจังหวัด Yamagata (ยามากาตะ)

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียงจังหวัด Yamagata (ยามากาตะ) เช่น Tofuya Ryokan, Takinoyu Hotel, Hotel Route-Inn Tendo

Bon Dance

4. Obon Matsuri (เทศกาลโอบ้ง)

Obon Matsuri (เทศกาลโอบ้ง) เป็นวันหยุดยาวของญี่ปุ่น โดยคนญี่ปุ่นในเมืองจะพากันกลับบ้านเพื่อไปรวมญาติ และเซ่นไหว้ดวงวิญญาณที่บ้านเกิด ซึ่งจะตรงกับวันที่ 13 – 16 สิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่เชื่อกันว่า บรรพบุรุษที่ตายไปแล้วจะกลับมาจากเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง เริ่มต้นจะมีพิธีการต้อนรับดวงวิญญาณโดยการจุดไฟต้อนรับที่หน้าบ้าน ถวายผักบูชา มีการละเล่นงานเลี้ยงฉลอง โดยมีการตีกลองและเต้นรำรอบ ๆ ห้างที่สร้างไว้ตรงกลางงานเพื่อสร้างความครื้นเครงคล้าย ๆ กับงานวัดของไทยเรานี่เอง โดยผู้ที่มาเข้าร่วมงานจะใส่ชุดยูกาตะ และในวันสุดท้ายของเทศกาลก็จะมีการจุดไฟโอคุริบิ เพื่อส่งวิญญาณกลับสู่แดนสุขติ ไฟส่งวิญญาณที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ไดมนจิ ซึ่งเป็นการจุดไฟบนภูเขา 5 ลูกที่ล้อมรอบ Kyoto(เกียวโต) สามารถเห็นไฟได้เกือบทั้งหมดที่สวน Funaokayama (ฟุนาโอะคายาม่า) และนอกจากนี้ ยังมีการจุดไฟส่งวิญญาณอีกแบบที่เป็นการนำโคมกระดาษที่ลอยน้ำได้จุดไฟแล้วลอยในทะเลสาบ แม่น้ำ หรือทะเล เพื่อเป็นการส่งดวงวิญญาณอีกวีธีหนึ่งค่ะ

การเดินทาง : จาก Kansai Airport (สนามบินนานาชาติ Kansai) ขึ้นรถไฟด่วนของ JR สาย Haruka (ฮารุกะ) ไปยัง Kyoto(เกียวโต) ใช้เวลาประมาณ 80 นาที จากนั้นสามารถนั่งรสบัส สาย 101, 205 หรือ 206 ใช้เวลาประมาณ 45 นาที มายังสวน Funaokayama (ฟุนาโอะคายาม่า)

สำหรับโรงแรมและที่พักใน Kyoro (เกียวโต) เช่น Kyoto Royal Hotel & Spa, HOTEL UNIZO Kyoto Shijo Karasuma, Karasuma Kyoto Hotel

fukagawa-matsuri

Credit : http://www.gurashii.com/tokyo-matsuri-festival-guide-august-2016

5. Fukagawa Matsuri (เทศกาลฟุกะงะวะ)

Fukagawa Matsuri (เทศกาลฟุกะงะวะ) เป็น 1 ใน 3 เทศกาลชินโตที่เก่าแก่ และยิ่งใหญ่ที่สุดใน Tokyo (โตเกียว) เป็นเทศกาลประจำศาลเจ้า Tomioka Hachimangu ในงานเทศกาลจะมีการนำศาลเจ้าที่เรียกว่า mikoshi มาแห่ถึง 180 mikoshi โดยศาลเจ้าที่แห่ไปตามถนนนั้นมีน้ำหนักถึง 2,500 กิโลกรัม ชาวเมืองจะช่วยกันแบก mikoshi ไปพร้อมกับเสียงเชียร์ของผู้ชนริมถนน โดยขณะที่แห่ศาลเจ้านั้นจะมีการสาดน้ำให้แก่ผู้ที่ยก mikoshi ซึ่งมีความหมายถึงการชำระล้างร่างกาย และจิตใจให้บริสุทธิ์ งานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 – 18.00 น. โดยเทศกาล Fukagawa Matsuri (ฟุกะงะวะ) นี้ จัดขึ้นทุก ๆ 3 ปี ครั้งถัดไปจะจัดขึ้นในปี 2017 นั่นเอง

การเดินทาง : จาก Narita Airport (สนามบินนาริตะ) เข้าเมืองโดยนั่งรถไฟ Narita Express ลงสถานี Tokyo (โตเกียว) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนั่งรถไฟใต้ดินสาย Oedo Line (โอเอโดะ) มาลงที่สถานี Monzennakacho

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียงใน Tokyo (โตเกียว) เช่น Hotel Monterey Akasaka, Hotel Villa Fontaine Tokyo-Nihombashi Hakozaki, Royal Park Hotel

Super Yosakoi

6. Harajuku Omotesando Genki Matsuri Super Yosakoi (เทศกาลเต้นโยซาโกอิ)

Harajuku Omotesando Genki Matsuri Super Yosakoi (เทศกาลเต้นโยซาโกอิ) จัดขึ้นที่ถนนในย่าน Harajuku (ฮาราจูกุ) และ Omotesando (โอโมเตะซันโดะ) ใน Tokyo (โตเกียว) โดยความโดดเด่นของงานคือ นักเต้นกว่า 5,000 คน ทีมเต้นกว่า 100 ทีม จะมาร่วมกันเต้น Yosakoi (โยซาโกอิ) กลางถนนไปตลอดทาง โดย Yosakoi (โยซาโกอิ) เป็นการเต้นที่เลียนแบบมาจากการปลูกข้าวของชาวนา ซึ่งการเต้นนี้มีลักษณะพื้นฐาน 3 ลักษณะคือ นักเต้นจะต้องถือ Naruko ประกอบการเต้น ทำนองที่ใช้เต้นต้องมีบางส่วนจากเพลง Yosakoi Naruko Odori และการเต้นนั้นจะต้องเต้นไปพร้อม ๆ กันบนถนน โดยท่าเต้นและเสื้อผ้านักเต้นสามารถออกแบบได้อย่างอิสระ โดยการเต้นนี้จะทำให้ผู้ชมได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตการปลูกข้าวของชาวนาญี่ปุ่นในอดีต

การเดินทาง จาก Narita Airport (สนามบินนาริตะ) เข้าเมืองโดยนั่งรถไฟ Narita Express ลงสถานี Tokyo(โตเกียว) จากนั้นนั่งรถไฟ JR สาย Yamanote (ยามาโนเตะ) มาลงที่สถานี Harajuku (ฮาราจูกุ)

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียงใน Tokyo (โตเกียว) เช่น Tokyu Stay Aoyama Premier, Hotel Allamanda Aoyama Tokyo, Shibuya Creston Hotel

The 33rd Asakusa Samba Carnival

7. Asakusa Samba Carnival (เทศกาลเต้นแซมบ้า)

ในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม จะมีเทศกาลหนึ่งเกิดขึ้นบนถนนหน้าวัด Asakusa (อาซาคุสะ) ใน Tokyo (โตเกียว) วัดโบราณชื่อดัง สถานที่เช็คอินของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น ในวันนี้เองจะมีสาวน้อยสาวใหญ่แต่งกายสีสันฉูดฉาด คล้ายการเต้นแซมบ้า ที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศบราซิล โดยจะมีขบวนพาเหรดแห่กลางถนนที่เต็มไปด้วยคณะแซมบ้าจากทั่วประเทศ ที่แต่งแต้มชุดไปด้วยขนนกอย่างอลังการมาประชันกัน เนื่องจากจะมีการประกวดแข่งขันขบวนพาเหรดกันด้วย จึงทำให้นักเต้นทั้งหลายเต้นกันอย่างสุดเหวี่ยง จัดเต็มทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม เสียงกลองกระหึ่มเร้าใจ โดยจะมีผู้ชมอยู่ข้างถนนจำนวนมาก ขบวนพาเหรดจะแสดงติดต่อกันนานกว่า 5 ชั่วโมง ในช่วงบ่ายจนถึงเย็นของวันเสาร์สุดท้ายในเดือนสิงหาคม สถานที่จัดงานจะอยู่ที่ถนน Umamichi Dori (อุมามิชิ โดริ) ไปจนถึงถนน Raimon Dori (ไรมอน โดริ)

การเดินทาง : จาก Narita Airport (สนามบินนาริตะ) เข้าเมืองโดยนั่งรถไฟ Narita Express ลงสถานี Tokyo (โตเกียว)จากนั้นนั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza (กินซา) ลงสถานี Asakusa (อาซาคุสะ)

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียงใน Tokyo (โตเกียว) เช่น Bunka Hostel Tokyo, Ueno Hotel, Asakusa View Hotel

Credit : http://japan-highlightstravel.com/en/travel/mishima/050044

8. Kiku Matsuri (เทศกาลดอกเบญจมาศ)

ในฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของประเทศญี่ปุ่นนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่ดอกเบญจมาศออกดอกสวยงามที่สุด ซึ่งตรงกับช่วงกลางเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ทำให้เป็นที่มาของเทศกาลที่มีความสวยงามที่สุดเทศกาลหนึ่ง นั่นก็คือเทศกาล Kiku Matsuri หรือเทศกาลดอกเบญจมาศนั่นเองค่ะ โดยหลายแห่งในประเทศญี่ปุ่นจะจัดสถานที่และงานเกี่ยวกับดอกเบญจมาศขึ้นมามากมายตามจุดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ใน Tokyo(โตเกียว) จะมี Kasama no Kiku Matsuri ซึ่งเป็นเทศกาลชมดอกเบญจมาศที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น Asakusa Kikka Ten จะมีการถวายดอกเบญจมาศให้กับเจ้าแม่กวนอิมที่วัด Sensoji (เซนโซจิ) พร้อมกับชมความงามของดอกเบญจมาศ Yushima Tenjin Kiku Matsuri เทศกาลโชว์ตุ๊กตาที่ทำจากดอกเบญจมาศ Osakajo Kiku no Saiten เทศกาลชมดอกเบญจมาศหลากสีหลายพันธุ์ในบริเวณปราสาท Osaka (โอซาก้า)โดยมีวัด Takahata Fudoson เป็นเจ้าภาพการจัดงานเทศกาลดอกเบญจมาศ โดยเทศกาลนี้ผู้เข้าชมจะได้ชมดอกเบญจมาศถึง 1,500 ชนิด

การเดินทาง : จาก Narita Airport (สนามบินนาริตะ) เข้าเมืองโดยนั่งรถไฟ Narita Express ลงสถานี Tokyo จากนั้นนั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza (กินซา) ลงสถานี Asakusa (อาซาคุสะ) ใช้เวลาเดินต่อประมาณ 5 นาทีจะถึงวัด Sensoji (เซนโซจิ) ที่จัดงาน Asakusa Kikka Ten

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียงใน Tokyo (โตเกียว) เช่น Hotel MyStays Asakusa, Ryogoku View Hotel, UNIZO INN Asakusa

Shichi-go-san

9. Shichi Go San Matsuri (เทศกาลชิจิโงซัง)

Shichi-Go-San Matsuri (เทศกาลชิจิโงซัง) เป็นเทศกาลดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น จัดขึ้นเพื่อฉลองรับขวัญเด็กที่มีอายุครบ 3 / 5 / 7 ขวบ โดยเลขนี้เป็นเลขสำคัญ เพราะเป็นเลขมงคลของชาวญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ เทศกาลนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยเด็กผู้ชายอายุ 3 และ 5 ขวบจะใส่ชุดฮาคามะ ส่วนเด็กผู้หญิงอายุ 3 และ 7 ขวบจะใส่ชุดกิโมโน ซึ่งชุดที่เด็ก ๆ ใส่นั้นจะต้องเป็นชุดที่สวยงาม และดูดีที่สุด โดยเด็ก ๆ จะไปไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้าชินโต เพื่อขอให้มีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง และสิ่งสำคัญที่สุดของเทศกาลนี้ คือ การถ่ายรูปรวมครอบครัวโดยให้เด็ก ๆ ถือ Chitose-ame ซึ่งเป็นลูกกวาดแท่งยาวสีขาว หลังจากนั้นก็จะไปฉลองงานเลี้ยงพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว โดยเทศกาลนี้จะเป็นเทศกาลที่ให้เด็ก ๆ ได้ก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งภาพเด็กญี่ปุ่นที่แต่งกายน่ารักไปไหว้พระที่ศาลเจ้าชินโตนั้น เป็นภาพที่น่าประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว

การเดินทาง : จาก Narita Airport (สนามบินนาริตะ) เข้าเมืองโดยนั่งรถไฟ Narita Express ลงสถานี Tokyo (โตเกียว) จากนั้นนั่งรถไฟ JR สาย Yamanote (ยามาโนเตะ) มาลงที่สถานี Harajuku (ฮาราจูกุ) จากนั้นเดินไปยังศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียงใน Shinjuku (ชิจูกุ) เช่น Citadines Shinjuku Tokyo, Hotel Sunroute Plaza Shinjuku, Shinjuku Washington Hotel Main

chichibu

Credit : https://blog.gaijinpot.com/festivals-of-japan-chichibu-yomatsuri

10. Chichibu Yomatsuri (เทศกาลชิชิบุ โยมัตสึริ)

1 ใน 3 เทศกาลแห่เกี้ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยศาลเจ้าชิชิบุ จังหวัด Saitama (ไซตามะ) จัดขึ้นประจำทุกปีในวันที่ 2 และ 3 ธันวาคม โดยเกี้ยวจะถูกจัดแสดงที่บริเวณศาลเจ้าชิชิบุ ไฮไลท์ของเทศกาลนี้เกิดขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม เวลา 19.00 น. จะมีการแห่ขบวนเกี้ยวที่ถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยโคมไฟไปยังศาลากลางจังหวัดพร้อมกับเสียงบรรเลงจากกลองและขลุ่ย จากนั้นจะมีการแสดงดอกไม้ไฟที่น่าตื่นตาตื่นใจยาวนานเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง นอกจากเพลิดเพลินไปกับการแสดงดอกไม้ไฟแล้ว ถนนสายนี้ยังมีซุ้มอาหารมากมายให้ได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นของชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

การเดินทาง : จาก Narita Airport (สนามบินนาริตะ) นั่งรถไฟ Keisei Skyliner ใช้เวลา 36 นาที ถึงสถานี Nippori จากนั้นนั่งรถไฟ JR สาย Yamanote ใช้เวลา 13 นาที ถึงสถานี Ikebukuro แล้วนั่งรถไฟสาย Seibu Red Arrow Limited Express วิ่งตรงมาลงที่สถานี Seibu Chichibu ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 19 นาที และเดินต่อไปยังศาลเจ้า Chichibu อีก 15 นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียงในจังหวัด Saitama (ไซตามะ) เช่น Hotel Route Inn Chichibu, Hana Hotel Fukaya Spa, Hotel Route Inn Fukaya Ekimae