ต้องยอมรับเลยว่า ประเทศไทยเรามีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้เที่ยวจำนวนมาก แทบนับไม่ถ้วน และในหลายสถานที่ก็สามารถ ทำให้คุณสัมผัสถึงความรู้สึกเหมือนได้ไปต่างประเทศอย่างไรอย่างนั้น และก็สวยไม่แพ้เหมือนนอกเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญคุณไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงต่างประเทศ ประหยัดเงินและประหยัดเวลา อีกทั้งยังได้ช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตคึกคักขึ้นไปอีกด้วย จะมีสถานที่ท่องเที่ยวไหนในช่วงหน้าหนาวที่ทำให้คุณได้ฟีลเหมือนไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

1.สวนสนบ่อแก้ว เกาะนามิแห่งเมืองไทย

สวนสนบ่อแก้ว เกาะนามิแห่งเมืองไทย

สวนสนบ่อแก้ว เกาะนามิแห่งเมืองไทย

ไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาหลีใต้ก็มีวิวธรรมชาติดี ๆ ให้ได้ชมเหมือนเกาะนามิแล้วค่ะ นั่นก็คือที่สวนบ่อแก้ว ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กม.ที่ 36 นั่นเอง สวนสนบ่อแก้วเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษ โดยภายในสวนสนบ่อแก้วคุณจะได้พบแปลงทดลองปลูกต้นสนและยูคาลิปตัสจำนวนมากที่ปลูกเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบราวกับเกาะนามิของเกาหลี เหมือนฉากในซีรีส์เกาหลีที่เราคุ้นตากัน สำหรับอุณหภูมิของที่นี่จะเย็นสบายตลอดทั้งปี ดังนั้นในช่วงหน้าหนาวอากาศจะดีแบบไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ดังนั้นคุณจะได้ฟีลเหมือนไปเที่ยวเกาหลีอย่างแน่นอน สวนสนบ่อแก้ว เปิดทำการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

การเดินทาง : สวนสนบ่อแก้ว สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวไปได้ค่ะ โดยสวนสนบ่อแก้ว อยู่ริมเส้นทางสายฮอด – แม่สะเรียง กม.ที่ 36 – 37 อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โดยใช้เส้นทางถนนสายเชียงใหม่ – แม่สะเรียง ได้เลยค่ะ หรือใช้เส้น 108 ไปทางอ.ฮอด ผ่านอุทยานแห่งชาติออบหลวง และเมื่อถึงวงเวียนหอนาฬิกา ให้เลี้ยวซ้าย อ.แม่สะเรียง ตรงไปประมาณ 30 กม. ก็จะถึงสวนสนบ่อแก้วแล้วค่ะ โดยสวนสนบ่อแก้วจะอยู่ซ้ายมือ

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้ที่น่าสนใจในจังหวัดเชียงใหม่ เช่น Chor Chang House, Hyde Park Chiangmai, House and Home Residence

2.สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านปางขอน แดนสวรรค์แห่งซากุระเมืองไทย

สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านปางขอน แดนสวรรค์แห่งซากุระเมืองไทย

สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านปางขอน แดนสวรรค์แห่งซากุระเมืองไทย

ที่ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ต่างก็มีดอกซากุระให้ได้ชม บ้านเราก็มีเช่นกันค่ะ และก็มีอยู่หลายแห่งทางภาคเหนือด้วย แต่ขอนำมาแนะนำสักหนึ่งสถานที่ นั่นก็คือที่สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านปางขอน จ.เชียงราย ที่นี่เป็นจุดชมดอกซากุระเมืองไทยหรือดอกนางพญาเสือโคร่งที่อยู่ใกล้กับตัวเมืองเชียงราย คุณจะได้ชมดอกซากุระเมืองไทยหรือดอกนางพญาเสือโคร่งที่บานชมพูสะพรั่งรอบตัวคุณ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ รับลมหนาว ชมวิวทะเลหมอก แบบไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศก็ได้รับความฟินแบบคาดไม่ถึงเลยค่ะ

การเดินทาง : สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านปางขอน สามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์ ซึ่งตั้งอยู่บ้านปางขอน หมู่ที่ 7 ต.ห้วยชมภู อ.เมือง จ. เชียงรายค่ะ จากที่ว่าการ อ.เมืองเชียงราย ให้ใช้เส้นทางที่ไปทางน้ำตกขุนกรณ์ระยะทางประมาณ 45 กม.

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้ที่น่าสนใจในจังหวัดเชียงราย เช่น Homey Dormy Chiangrai, Le Meridien Chiang Rai Resort, Le Patta

3.ภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย

ภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย

5 ที่เที่ยวหน้าหนาวได้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอก

ภูป่าเปาะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากแนะนำให้มาเที่ยวในช่วงหนาวนี้กันค่ะ ภูป่าเปาะ หรือที่รู้จักกันในนาม “ฟูจิเมืองเลย” เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เบื้องหน้าคุณจะเห็นวิวภูหอ ซึ่งเป็นภูเขายอดตัด คล้ายกับภูเขาไฟฟูจิในประเทศญี่ปุ่น ยิ่งช่วงหน้าหนาวจะมีทะเลหมอกปกคลุมให้ได้ชมกันด้วย ที่ภูป่าเปาะจะมีจุดชมวิวอยู่หลายจุด ลดหลั่นกันตามความสูง ซึ่งจุดที่สูงที่สุดสามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา คุณสามารถมองเห็น อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จ.ขอนแก่น, อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์, วนอุทยานแห่งชาติ นายูง-น้ำโสม จ.อุดรธานี และถ้ำเอราวัณ จ.หนองบัวลำภู เรียกได้ว่าขึ้นภูป่าเปาะที่เดียว สามารถมองเห็นถึง 4 จังหวัดเลยค่ะ

การเดินทาง :การเดินทางไปภูป่าเปาะ สามารถใช้เส้นทางเดียวกับสวนผาหินงามได้ โดยสวนป่าเปาะห่างจากตัวเมือง จ.เลยประมาณ 45 กม. โดยก่อนจะถึงตัว อ.หนองหิน ประมาณ 1 กม. จะมีป้ายเลี้ยวขวาไปคุนหมิง ซึ่งให้ไปตามทางนั้นเลย และเมื่อถึงที่ทำการภูป่าเปาะแล้วจะต้องจอดรถไว้ และจะต้องโดยสารรถอีแต๊กขึ้นต่อไปอีกประมาณ 1.5 กม. เนื่องจากที่นี่จะไม่อนุญาตให้นำรถขึ้นไป โดยสามารถจอดรถไว้ได้ที่ทำการของภูป่าเปาะค่ะ ค่าบริการรถอีแต๊กคนละ 60 บาท

สำหรับโรงแรมและที่พักที่น่าสนใจในจังหวัดเลย เช่น Muanmanee Boutique Hotel, Loei Village, Loei Palace Hotel

4.สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อและได้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศเลยก็คือสามพันโบก จ.อุบลราชธานี ที่แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองไทย” เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับแกรนด์แคนยอนแห่งรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา สามพันโบกตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ค่ะ คุณจะได้พบกับแก่งหินขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำหลายพันปี จนเกิดเป็นรูปเว้าแหว่งเป็นศิลปะที่แตกต่างกันออกไป นับเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ก่อให้เกิดความงดงามอย่างคาดไม่ถึง โดยช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนมิถุนายน เพราะเป็นช่วงน้ำน้อยจะสามารถชมแก่งหินได้อย่างสวยงาม และปลายปีแบบนี้อากาศดีด้วย ไปเที่ยวกันได้อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องกลัวแดดเลยค่ะ

การเดินทาง : จากตัวเมือง จ.อุบลราชธานี ให้ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 2050 สายอุบลราชธานี – ตระการพืชผล – โพธิ์ไทร ก็จะถึงสามพันโบกแล้วค่ะ ระยะทางประมาณ 120 กม. อีกวิธีที่สามารถเที่ยวได้ก็คือทางเรือค่ะ โดยสามาถจอดรถไว้ที่หาดสลึง ซึ่งอยู่ที่บ้านสองคอน ต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร ก่อนถึงสามพันโบกประมาณ 5 กม.

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้กับสามพันโบก เช่น Plaifah Resort, Kayom House

5.พรีโม เพียซซ่า หมู่บ้านทัสกานีเมืองไทย

พรีโม เพียซซ่า หมู่บ้านทัสกานีเมืองไทย

ขอบคุณภาพจาก :https://www.facebook.com/PrimoPiazzaPage

พรีโม เพียซซ่า หมู่บ้านทัสกานีเมืองไทย

ขอบคุณภาพจาก :https://www.facebook.com/PrimoPiazzaPage

พรีโม เพียซซ่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณเขาใหญ่ โดยเป็นสถานที่ที่มีการจำลองสถาปัตยกรรมของหมู่ บ้านโบราณอายุกว่า 500 ปี ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี มาไว้ในเมืองไทย คุณจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในหมู่บ้านเล็ก ๆ เหมือนได้ไปเที่ยวที่อิตาลีจริง ๆ เพราะสถาปัตยกรรมโดยรอบเหมือนกับที่ประเทศอิตาลีมากค่ะ แถมยังโอบล้อมด้วยวิวภูเขา ธรรมชาติของเขาใหญ่ โดยคุณสามารถขึ้นไปที่หอคอยชมวิว เพื่อชมวิวเขาใหญ่ในมุมสูงได้ และในช่วงหน้าหนาวอากาศยิ่งเย็นสบายด้วย คุณสามารถเดินถ่ายรูปทุกซอกทุกมุมได้อย่างเพลิดเพลินมีความสุข นอกจากนั้นภายในพรีโม เพียซซ่า ยังมีสัตว์ให้ได้ชม อาทิ เมอริโน่ อัลปาก้า และดองกี้ รวมไปถึงมีร้านอาหารทั้งไทย อิตาเลียน ร้านกาแฟ เบเกอรี่ ร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 22.00 น. โดยหลัง 18.00 น. ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ใช้บริการของร้านอาหารเท่านั้น สำหรับค่าบัตรผ่านประตู ก่อน 17.00 น. เด็ก 50 บาท, ผู้ใหญ่ 100 บาท / หลัง 17.00 น. ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ใช้บริการของร้านอาหารเท่านั้น

การเดินทาง :
เส้นทางที่ 1 ทางหมวกเหล็ก : จากกรุงเทพฯ ผ่านถนนมิตรภาพ เข้า อ.มวกเหล็ก จะสังเกตเห็นพระประธานองค์ใหญ่และเห็นป้ายบอกทางร้านไอศกรีมเดลี่โฮม ให้กลับรถไปยังปากทางเข้าร้านไอศกรีมเดลี่โฮม

เส้นทางที่ 2 ทางเขาใหญ่ : ให้ใช้ถนนเส้นถ.มิตรภาพ และขับมาทางเขาใหญ่ วิ่งเส้นถ.ธนรัชต์ และขับตรงมาเรื่อย ๆ จะเจอโรงแรมจุลดิศ เมื่อเลยโรงแรมจุลดิศแล้วจะเจอ 3 แยก ไปมวกเหล็ก ให้เลี้ยวไปทางนั้น และขับไปประมาณ 2 กม. ก็จะถึงพรีโม เพียซซ่า

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้กับพรีโม เพียซซ่า เช่น Khao Yai Terrazzo, O Seven Villa Khao Yai, Mela Garden