หน้าหนาวมาเยือนทีไร เหมือนร่างกายเรียกร้องให้ออกไปสูดกลิ่นไอสายหมอกทุกที สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อน ปลีกตัวหนีความวุ่นวายจากการทำงานหรือการเรียนแล้วล่ะก็ ไปกางเต็นท์นอนบนดอยในหน้าหนาวก็ถือว่าเป็นวิธีที่นับว่าสุดยอด เพราะได้ทั้งใกล้ชิดธรรมชาติ นอนนับดาวเพลิน ๆ ท่ามกลางภูเขาที่โอบล้อม รู้ตัวอีกทะเลหมอกก็ลอยมาปลุกทักทายยามเช้าแล้ว แถมได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอกอีกด้วย หากใครยังไม่มีแพลนว่าจะไปที่ไหน เรามีสถานที่มาแนะนำ รับรองว่าจะต้องประทับใจในความงามของธรรมชาติแน่นอน

1. อุทยานแห่งชาติภูเรือ

1.อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลยโดยมียอดเขาสูงที่สุด คือยอดภูเรือ ที่ความสูง 1,365 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้อุทยานแห่งชาติภูเรือมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี สามารถมองเห็นทะเลหมอกหรือปรากฏการณ์แม่คะนิ้งได้ บนภูเรือมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น ผาโหล่นน้อย เป็นชุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก, ผาซับทอง, สวนหินต่าง ๆ, พระพุทธรูปนาวาบรรพต บนยอดสูงสุดภูเรือสำหรับอุทยานแห่งชาติภูเรือนั้นได้มีการจัดเตรียมสถานที่กางเต็นท์และเต็นท์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ และที่บริเวณภูสน รวมแล้วสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 700 คน

สำหรับอุทยานแห่งชาติภูเรือนั้น สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 203 ถึงอำเภอภูเรือจะมีป้ายทางเข้าอุทยานแห่งชาติอยู่ข้างที่ว่าการอำเภอภูเรือ แล้วเข้ามาจากปากทางอีก 4 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ ในอัตรา ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท กำหนดเวลาเปิด ตั้งแต่ 5.00 – 20.00 น.

2. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

2.อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

มีคำกล่าวที่ว่าหากอยากพิสูจน์รักแท้ให้พาคนที่เรารักไปพิสูจน์รักด้วยการเดินพิชิตยอดภูกระดึง เนื่องจากการพิชิตภูกระดึงนั้นไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก เพราะต้องเดินเท้าขึ้นไปถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้านบน ประมาณ 9 กม. โดยระหว่างทางจะมีจุดให้แวะพักเหนื่อยเป็นระยะ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงนี้ ตั้งอยู่ในเขตตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย พื้นที่ส่วนใหญ่มีความสูงอยู่ในระหว่าง 400-1,300 เมตร และยอดสูงที่สุดของภูกระดึงอยู่ที่คอกเมย ซึ่งมีความสูง 1,316 เมตร ที่นี่จะอุดมไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด มีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูหนาวอาจมีอุณหภูมิที่ต่ำลงถึง 0 องศาเซลเซียส ที่นี่ได้มีการจัดเตรียมสถานที่กางเต็นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวซึ่งสามารถรองรับได้ประมาณ 5,000 คน สามารถติดต่อจองเต็นท์และพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ได้กับอุทยานแห่งชาติโดยตรงที่เบอร์042-810833-4 ในช่วงเวลาราชการ

สำหรับอุทยานแห่งชาติภูกระดึงนั้นเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเท้าขึ้นไปยอดภูกระดึง ช่วง 1 ต.ค. -31 พ.ค. ทุกปี ตั้งแต่เวลา 7.00-14.00 น. โดยมีค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานในอัตรา ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ค่ากางเต็นท์ 30 บาท/คน/คืนวิธีการเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงให้มาตามทางหลวงหมายเลข 201 เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 276 ให้เลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข 2019 ประมาณ 8 กิโลเมตรจะถึงบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

3. เขาค้อ

3.เขาค้อ

แม้ภาพที่ชินตาสำหรับการมาเที่ยวเขาค้อคือทะเลหมอก แต่ที่นี่ในช่วงกลางคืนเมื่อฟ้าโปร่ง ก็ยังสามารถมองเห็นดาวเต็มท้องฟ้าได้อีกด้วยสำหรับที่เขาค้อสามารถนำเต็นท์มากางสัมผัสกับธรรมชาติได้ตามสถานที่ราชการต่าง ๆ บนเขาค้อหรือรีสอร์ทของเอกชนที่มีจำนวนมากบนเขาค้อ รวมไปถึงภูทับเบิกซึ่งมีพื้นที่กางเต็นท์เป็นลานอยู่รอบภู ซึ่งที่ภูทับเบิกนั้นเราสามารถมองเห็นดาวได้ทั้งบนท้องฟ้าและดาวบนดินที่เป็นแสงไฟซึ่งมาจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอเขาค้อ และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์โดยสามารถหาเวลาไปสัมผัสกับความหนาวที่เขาค้อได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ของทุกปี

สำหรับการเดินทางให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 21 จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ถนนหมายเลข 2258 เมื่อถึงสี่แยกให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหมายเลข 2196 สู่อำเภอเขาค้อ

4. ดอยเสมอดาว

4.ดอยเสมอดาว

น่าน จังหวัดเล็ก ๆ ทางภาคเหนือ ที่มีเสน่ห์มากมาย ทั้งวัดวาอาราม สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมไปถึงชาวเมืองน่านที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวเสมอ ที่น่านมีหลายอุทยานให้สามารถไปเที่ยวได้ แต่ที่มีชื่อเสียงสำหรับการดูดาวนั่นก็คือ ดอยเสมอดาว ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เพราะพื้นที่ที่มีลานกว้างไปตามสันเขา ทำให้เวลาลมหนาวพัดมาแบบนี้ ดอยเสมอดาวจะยิ่งมีเสน่ห์ เพราะจะสามารถมองเห็นทะเลหมอกในยามเช้า พระอาทิตย์ขึ้นและตก รวมไปถึงชมดาวบนฟ้าและดาวบนดินจากแสงไฟจากตัวอำเภอนาน้อยในยามค่ำคืนได้อย่างสวยงาม และไม่ว่าฤดูกาลไหน บนยอดดอยเสมอดาวก็จะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ยิ่งในฤดูหนาวบางปีอุณหภูมิก็ลดลงไปจนถึงเลขตัวเดียวทำให้บรรยากาศเป็นใจเหมาะสำหรับไปนอนกางเต็นท์ดูดาวกับคนรู้ใจ หรือเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ยังได้ ซึ่งที่ดอยเสมอดาวจะมีบริเวณที่กางเต็นท์อยู่ 3 จุด คือ ลานกางเต็นท์บนยอดดอย,ลานกางเต็นท์ที่ยอดดอยผาชู้ และบริเวณลานป่าสน

สำหรับดอยเสมอดาว สามารถเดินทางจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ไปจนถึงอำเภอเวียงสา จากนั้นเลี้ยวไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1026 ไปอำเภอนาน้อย ประมาณ 35 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1083 ไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อัตราค่าเข้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท

5. อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก

Credit :http://yusekae.thaimultiply.com/photos/38040

5.อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก

ดอยผ้าห่มปก เป็นยอดเขายอดหนึ่งในเทือกเขาแดนลาว ตั้งอยู่ในเขต อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มียอดเขาสูงสุดอยู่ที่ 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งถือเป็นดอยสูงอันดับที่ 2 ของประเทศ ถัดจากยอดดอยอินทนนท์ สำหรับการไปชมวิวที่จุดชมวิวบนยอดดอย จะต้องเดินเท้าไปกลับประมาณ 7 กม.จากจุดกางเต็นท์ ก็จะได้เห็นว่าทิวทัศน์ที่สวยงาม รวมถึงพระอาทิตย์ตกในตอนเย็นด้วย และที่อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกนี้จะมีพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ได้ที่บริเวณลานกางเต็นท์ม่อนกิ่วลม ซึ่งมีลักษณะเป็นลานโล่งบนสันดอย แต่มีเนินสูงขนาบทั้ง 2 ข้าง ทำให้กลายเป็นช่องลมที่พัดผ่าน ที่นี่จึงมีอากาศเย็นตลอดปี

สำหรับการเดินทางไปดอยผ้าห่มปก เริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 จากนั้นไปตามถนนฝาง – ม่อนปิ่น ประมาณ 3 กม.แล้วเลี้ยวไปตามถนน หมายเลข 4054 อีก ประมาณ 8 กม. จะถึงที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาทเวลาเปิดทำการ 08.00-18.00 น.