เป็นที่รู้กันดีว่าเดือนเมษายนนั้น อากาศบ้านเราเรียกได้ว่าร้อนจนแทบระเหิดเป็นไอ ทำให้เราต่างหาวิธีคลายร้อนมากมายสารพัด รวมถึงหนีไปเที่ยวต่างประเทศด้วยเช่นกัน เพราะช่วงกลางเดือนนั้นมีวันหยุดยาวอย่างวันสงกรานต์ให้หนีร้อนโดยไม่ต้องโดดงานได้หลายวัน วันนี้เรามีแพลนเที่ยวหนีร้อนช่วงหยุดยาววันสงกรานต์มาแนะนำกัน ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี เป็นแพลนการเที่ยว 6 วัน ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างตามไปเก็บข้อมูลกันได้เลยค่ะ

ทริปหนีร้อน6 วันไปทัวร์เกาหลีสงกรานต์

Budget : 30,000 – 50,000 บาท รวมค่าเครื่องบินและที่พัก

DAY 1 : กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

DAY 1 กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

เมื่อบินมาถึงที่สนามบินนานาชาติอินชอน(Incheon International Airport ) และผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองกันเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเดินทางเข้าตัวเมืองโซลด้วยขนส่งสาธารณะที่มีให้บริการที่สนามบิน อย่างรถไฟ Airport Railroad,รถบัสหรือแท็กซี่ซึ่งสามารถเลือกใช้บริการได้เลยตามงบในกระเป๋า เมื่อเข้าสู่โซลกันแล้ว เราต้องเริ่มต้นทริปด้วยการกิน! ตามคติที่ว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง ซึ่งอาหารเกาหลีแนะนำที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ หมูย่างเกาหลี, บิบิมบับ, จาจังเมียน, คิมชี ชีเก, พุลโกกิ, ต็อกบกกี และเมนูอร่อยอื่นๆ ซึ่งหาทานตามร้านอาหารที่มีอยู่มากมายในกรุงโซล หรือหากใครอยากลองสัมผัสบรรยากาศแบบ Street Food กินอาหารข้างทางแบบในซีรีส์เกาหลี ก็สามารถแวะลองลิ้มชิมรสเมนูอาหารในเต๊นท์แดง หรือโพจังมาจา ก็น่าสนใจไม่น้อย

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ในโซล เช่น Hotel Cappuccino, Koreana Hotel, Lotte Hotel Seoul

DAY 2 : ชมซากุระในฝันบนเกาะยออิโด (Yeouido)

DAY 2 ชมซากุระในฝันบนเกาะยออิโด (Yeouido) iStock-471771414

เกาะยออิโด (Yeouido) เป็นเกาะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโซล ที่นี่จะมีต้นซากุระเรียงรายเป็นทางยาวกว่า 1,400 ต้น จนกลายเป็นถนนสายซากุระที่มีความยาวกว่า 5 กม. โดยถนนสายซากุระนี้จะอยู่ทางด้านหลังตึก National Assembly building ซึ่งดอกซากุระของที่นี่จะเป็นคนละสายพันธุ์กับที่ญี่ปุ่น โดยจะมีสีชมพูที่อ่อนกว่า ซึ่งจะมีชื่อเรียกว่า “ดอกพ็อตโกต” และนอกจากจะเดินชมอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูแล้ว บนเกาะยออิโดยังมีสวนยออิโดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮัน ให้ได้พักผ่อนหย่อนใจพร้อมชมทัศนียภาพที่สวยงามกันอีกด้วยสำหรับการเดินทางไปยังเกาะยออิโดนั้นสามารถนั่งรถไฟใต้ดินสายสีม่วงไปลงสถานี Yeouido ได้เลย

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้เกาะยออิโด เช่น GLAD Hotel Yeouido, Hotel Kobos, Kensington Hotel Yoido

DAY 3 : นั่งรถไฟไปปูซาน (Busan)

DAY 3 นั่งรถไฟไปปูซาน (Busan) iStock-502955183

วันที่สามลองนั่งรถไฟออกจากโซลไปยังเมืองปูซาน (Busan) เมืองท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี และยังเป็นเมืองที่ใช้จัดเทศกาลใหญ่ๆ มากมาย เช่น เทศกาลดอกไม้ไฟนานาชาติ,เทศกาลหนังนานาชาติ (Busan International Film Festival, BIFF) โดยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างเช่น หาดกวานกัลลี (Gwangalli Beach), ปูซานซีนีมาเซนเตอร์ (Busan Cinema Center ), วัดแฮดอง ยงกุงซา (Haedong Yonggungsa Temple) และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับการเดินทางจากกรุงโซลไปยังปูซานตัวเลือกที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น รถไฟความเร็วสูง KTX สาย Gyeongbu Line ลงที่ Busan ได้เลย

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ในปูซาน เช่น Paradise Hotel Busan, Citadines Haeundae Busan, Lotte Hotel Busan

DAY 4 : ตะลุยสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland)

DAY 4 ตะลุยสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland) iStock-458722701

สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland) สวนสนุกที่ดีที่สุดของเกาหลี มีเครื่องเล่นที่น่าหวาดเสียวเร้าใจอย่าง T Express ที่เป็นรถไฟเหาะไม้ที่สูงที่สุดในโลกและมีความชันมากถึง 77 องศา ให้ลองมาวัดใจกัน นอกจากนี้ที่เอเวอร์แลนด์ยังมีส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจนอกจากเครื่องเล่นอีกมากมายทั้ง สวนสัตว์ ดินแดนนิทานอีสป และสวนดอกไม้นานาชาติที่จัดเทศกาลดอกไม้ตามฤดูกาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี รวมถึงขบวนพาเหรดตัวการ์ตูนของวอล์ทดิสนีย์ก็ขนขบวนกันมาสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวด้วย สวนสนุกเอเวอร์แลนด์จะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น.ไปจนถึง 22.00 น. สำหรับการเดินทางสามารถขึ้นรถบัสสาย 5002 ได้ที่ป้ายรถเมล์เกาะกลางถนนแถวสถานีรถไฟใต้ดินGangnam ประตูทางออกที่6

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เช่น The Soom Forest Hotel, SR Design Hotel, Hotel Cullinan Yongin

DAY 5 : เที่ยวสบายในกรุงโซล (Seoul)

DAY 5 เที่ยวสบายในกรุงโซล-(Seoul)

สำหรับวันนี้เราขอแนะนำสถานที่เที่ยว แลนมาร์คเด็ดๆ ทั่วกรุงโซล ให้ได้ไปตามรอยเก็บภาพชิคๆ อวดเพื่อนชาวไทยที่กำลังร้อนผ่าวท่ามกลางอุณหภูมิสูงปรี๊ดและแสงแดดร้อนแรงที่เมืองไทย สถานที่แรกที่ห้ามพลาดเลยสำหรับคอซีรีส์เกาหลี คือการไปสัมผัสกลิ่นอายบรรยากาศบ้านเกาหลีโบราณที่ยังคงสภาพไว้เกือบจะสมบูรณ์ที่หมู่บ้านบุกชอนฮันอก (BukchonHanok Village) หมู่บ้านที่ใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายทำหนังและละครหลายเรื่อง, หอคอยเอ็นโซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower) ที่หากไม่ได้ขึ้นมาข้างบนนี้ก็เหมือนมาไม่ถึงเกาหลี และปิดท้ายด้วยการนั่งชิลชมแสงไฟยามเย็นไปจนถึงค่ำที่คลองชองเกชอน (Cheonggyecheon Stream) ซึ่งการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในกรุงโซล สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินและรถบัสได้อย่างสะดวกสบาย

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ในโซล เช่น Savoy Hotel, Hotel President, Crown Park Hotel

DAY 6 : ชอปปิ้งจุใจในแหล่งชอปเกาหลี

DAY 6 ชอปปิ้งจุใจในแหล่งชอปเกาหลี iStock-503426292

เกาหลีถือเป็นแดนสวรรค์สำหรับขาชอปอย่างแท้จริง ก่อนกลับบ้านเราต้องละลายเงินวอนกันก่อน ซึ่งวันนี้เราขอแนะนำย่านอีแด (Edae) แหล่งรวมสินค้านำเทรนด์ เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง โดยเฉพาะสินค้าของเหล่าสาวๆ เพราะย่านอีแดนี้หากเดินไปจนสุดทางถนนก็จะเข้าสู่เขตมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EwhaWomans University) โดยที่นี่จะมีอาคารรูปทรงแปลกตาอย่าง Ewha Campus Complex (ECC) ซึ่งเป็นอาคารที่เจาะเนินเขาเข้าไปแล้วทำเป็นห้องต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของที่นี่ นอกจากย่านอีแดแล้วยังมีแหล่งช็อปปิ้งอื่นๆ อีก อย่างเช่น ย่านเมียงดง (Myeong-dong), อิแทวอนดง (Itaewon-dong ), ย่านฮงอิก (Hongik), ย่านกังนัม (Gangnam) และอื่นๆ อีกมากมาย โดยการเดินทางไปชอปปิ้งในย่านต่างๆ ก็สามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟใต้ดินหรือรถบัสได้อย่างสะดวกสบายเช่นเคย

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น Hotel The Ore, Fraser Place Central Seoul, MONO HOUSE HONGDAE

ทริปชมดอกซากุระที่ญี่ปุ่น

Budget : 50,000 – 70,000 บาท รวมค่าเครื่องบินและที่พัก

DAY 1 : ชมซากุระในโตเกียว (Tokyo)

DAY 1 ชมซากุระในโตเกียว (Tokyo) iStock-628068002

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมาญี่ปุ่นในช่วงเมษายนนั้น ไฮไลท์สำคัญห้ามพลาดคงหนีไม่พ้น “ซากุระ” ดอกไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น ซึ่งจะออกดอกกันในช่วงเมษายนนี่เอง โดยในโตเกียวเองจะมีแหล่งให้ชมดอกไม้สีชมพูนี้มากมายหลายที่ ซึ่งสวยไม่แพ้กันสักที่ เช่น สวนสาธารณะอุเอโนะ (Ueno Park),จิโดริกาฟุจิ (Chidorigafuchi), ชินจูกุเกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen),แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River), สวนอิโนะคาชิระ (Inokashira Park) เป็นต้น

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น Shinjuku Prince Hotel, Shinjuku Granbell Hotel, Keio Plaza Hotel Tokyo

DAY 2 : สบตากับฟูจิซัง (Mt.Fuji)

DAY 2 สบตากับฟูจิซัง (Mt.Fuji) iStock-547227226

ภูเขาไฟฟูจิ (Mt.Fuji) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตที่ต้องไป! สำหรับการมาเยือนที่ญี่ปุ่น เป็นภูเขาไฟที่งดงามด้วยรูปร่างที่เรียกว่าสมมาตรกันทุกด้าน และมีหิมะสีขาวปกคลุมยอดด้านบน ซึ่งสามารถชมความสวยงามของภูเขาไฟลูกนี้ได้จากหลายๆ ที่ แต่ขอแนะนำคาวากูจิโกะ (Kawaguchigo) ซึ่งสามารถเดินทางได้ง่ายๆ จากโตเกียวได้หลายวิธี เช่นHighway Bus จากสถานีชินจุกุ (Shinjuku) ไปลงที่สถานี Kawaguchiko ได้เลย หรือเลือกนั่งรถไฟสาย Azusaจากสถานี JR Shinjuku หรือ Kaiji ไปลงที่สถานี JR Otsuki จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสาย Fujikyu Railway ไปลงที่สถานี Kawaguchiko

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น Fuji View Hotel, Hotel Restaurant Yesterday, Fuji Lake Hotel

DAY 3 : หลงเสน่ห์เมืองใหญ่โอซาก้า (Osaka)

DAY 3 หลงเสน่ห์เมืองใหญ่โอซาก้า (Osaka) iStock-512491222

โอซาก้า(Osaka) เมืองใหญ่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle), ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอโอซาก้า (Universal Studio Osaka), ถนนร้านค้าย่านชินไซบาชิ, วัดชิเท็นโนจิ (Shitennoji Temple) ให้ได้เลือกเที่ยวกันตามสไตล์ใครสไตล์มัน สำหรับการเดินทางไปยังโอซาก้า ให้นั่งรถไฟ Shinkansen ไปลงที่สถานี Shin-Osaka ได้เลย โดยระหว่างทางนั้นสามารถเห็นวิวของภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น Hotel Monterey La Soeur Osaka, Hotel New Otani Osaka, Hotel Keihan Tenmabashi

DAY 4 : เยือนเมืองหลวงเก่าเกียวโต (Kyoto)

DAY 4 เยือนเมืองหลวงเก่าเกียวโต (Kyoto)iStock-627671296

เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นอย่างเกียวโต (Kyoto)สามารถเดินทางต่อจากโอซาก้าง่ายๆ ด้วยรถไฟ JR หรือรถไฟ Hankyu ที่เกียวโตนั้นมีสถานที่ไม่ควรพลาดก็คือ อาราชิยาม่า (Arashiyama), ศาลเจ้าแดง (Fushimi Inari Shrine), วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera), วัดคินคะคุจิ หรือวัดทอง (Kinkakuji Temple), วัดกินคะคุจิ หรือวัดเงิน (Ginkakuji Temple) เป็นต้น

สำหรับโรงแรมและที่พักที่อยู่ใกล้ เช่น Hotel MyStays Kyoto Shijo, RIHGA Royal Hotel Kyoto, Hotel Brighton City Kyoto Yamashina

DAY 5 : เที่ยวนารา (Nara) ชมเมืองกวางและวัด

DAY 5 เที่ยวนารา (Nara) ชมเมืองกวางและวัด iStock-504884268

เมืองนี้จะอยู่ใกล้กับเกียวโต ซึ่งก็เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นมาก่อน ความแปลกที่กลายเป็นไฮไลท์ของที่นี่คือ คุณจะเห็นกวางเดินอย่างอิสระเสรีไปทั่วทุกที่ในเมืองแห่งนี้ โดยเมืองนาราจะมีวัดโบราณอยู่มากมายและบริเวณแหล่งท่องเที่ยวหลักจะถูกเชื่อมต่อกันด้วยสวนนาราสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของนาราก็จะมี วัดโทไดจิ (Todai-ji), ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuka Shrine), วัดโคฟุคุจิ (Kofukoji Temple) และพระราชวังเฮโจ (Heijo Palace) สำหรับการเดินทางจากเกียวโต (Kyoto) ไปนารา(Nara) ให้นั่งรถไฟ JR ไปลงที่สถานี JR Nara ได้เลย

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น Hotel Nikko Nara, Nara Royal Hotel, Hotel Fujita Nara

DAY 6 : ชอปละลายทรัพย์

DAY 6 ชอปละลายทรัพย์ iStock-525477248

สำหรับการเยือนญี่ปุ่น จะไม่ชอปปิ้งละลายทรัพย์ก็คงไม่ได้ เพราะเรียกว่าหันไปทางไหนก็มีสินค้าล่อตาล่อใจให้เสียเงินเต็มไปหมด ซึ่งแหล่งชอปปิ้งชื่อดังของญี่ปุ่นก็มีอยู่มากมายทั้ง ชินจุกุ (Shinjuku), ย่านชิบุยะ (Shibuya), ย่านโดทมโบริ (Dotombori), ฮาราจูกุ (Harajuku), กินซ่า (Ginza) และอีกมากมายที่เรียกว่าถ้าไปชอปทั้งหมดทุกที่ กระเป๋าคงฉีกแน่นอน ยังไงแล้ววางแผนการเงินดีๆ กันด้วยนะ

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำเช่น Roppongi Hotel, Shibuya Creston Hotel, SHIBUYA HOTEL EN

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแพลนหนีร้อนตอนสงกรานต์ที่ AirAsiaGo นำมาเสนอให้เพื่อนๆ ไปเที่ยวตามโดยง่าย ใครสะดวกจะไปเที่ยวที่ประเทศไหน มีงบเท่าใดก็ลองจัดสรรกันดูนะคะ ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้ไปง่าย การขนส่งสาธารณะก็สะดวกอีกด้วย เหมาะกับการหนีร้อนไปเที่ยวทั้งครอบครัว หรือจะเลือกไปกับเพื่อน หรือกับคนรักก็รับรองว่าสนุกอย่างแน่นอน