อากาศร้อนแบบนี้อย่ามัวแต่อุดอู้อยู่ในบ้าน ซัมเมอร์นี้ AirAsiaGo ชวนคุณไปเที่ยวให้ลืมร้อนกับสถานที่คลายร้อนเด็ดๆ พร้อมทัศนียภาพสวยๆ ในเมืองไทย รับรองว่าสวยจนทำให้คุณลืมอากาศร้อนไปเลย เพราะมีทั้งน้ำตก ทะเล ภูเขาให้ได้เลือกเที่ยวตามความชอบของคุณ ว่าแล้วก็ไปเช็คดูกันว่ามีที่ไหนกันบ้าง จะได้เตรียมตัวจัดกระเป๋าไปเที่ยวถูก

1.น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี

ประเดิมที่แรกด้วยน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี สำหรับคนที่ไม่ชอบรับลมร้อนที่ทะเล น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ความสวยของม่านน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเป็นที่กล่าวขานที่ลดหลั่นออกเป็นชั้นๆ อย่างสวยงาม โดยน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นแบ่งออกเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป สามารถเดินเที่ยวและเล่นน้ำได้ทุกชั้น และหินของชั้นน้ำตกแห่งนี้เป็นหินปูน ซึ่งจะทำให้เราเดินแล้วไม่ลื่นเหมือนน้ำตกอื่นๆ อีกทั้งยังล้อมรอบด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด และสามารถเที่ยวได้ทั้งปีอีกด้วย ส่วนค่าธรรมเนียมตอนเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 40 บาทต่อคน ส่วนเด็กก็ 20 บาทเท่านั้น หากซัมเมอร์นี้คิดจะไปคลายร้อนที่น้ำตก ลองมาเที่ยวที่นี่สักครั้งรับรองว่าจะติดใจ

สำหรับการเดินทางมายังน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น สามารถเดินทางมาได้โดยรถยนต์ส่วนตัว จากกทม. ให้ใช้เส้นทาง ถ.เพชรเกษม ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาเรื่อยๆ ประมาณ 9 กิโลเมตร จะพบสะพานลอยข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี จากนั้นให้ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เรื่อยๆ ประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วจะเจอสี่แยก จากนั้นให้เลี้ยวทางที่ไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี สี่แยกแก่งเสี้ยน อ.ศรีสวัสดิ์ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3199 เพื่อตัดไปออกเขื่อนท่าทุ่งนา และน้ำตกเอราวัณ จากนั้นจะผ่านถ้ำพระธาตุ และจะพบกับน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

โรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น รายาบุรี รีสอร์ท, โรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ และโรงแรมอื่นๆ ใน จ.กาญจนบุรี

2.เขาสก จ.สุราษฏร์ธานี

เขาสก จ.สุราษฏร์ธานี เขาสก จ.สุราษฏร์ธานี

เขาสก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฏร์ธานี ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมไปถึง 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านตาขุน อ.พนม และ อ.คีรีรัฐนิคม บรรยากาศของที่นี่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาดินและภูเขาหินปูนที่สูงสลับซับซ้อนกันไป ที่เขาสกสามารถทำกิจกรรมคลายร้อนได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นล่องเรือ ล่องแก่ง นอนแพ เล่นน้ำ พายเรือคายัค เที่ยวถ้ำปะการัง เดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ฯลฯ ซึ่งที่เขาสกสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม ถึงเมษายน หรือช่วงซัมเมอร์ทัศนียภาพและอากาศจะดีเป็นพิเศษ

สำหรับการเดินทางไปยังเขาสกสามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินสุราษฎร์ธานี จากนั้นนั่งรถตู้ของบริษัท พันทิพย์ จากสนามบินไปสุดสาย แล้วนั่งรถตู้จากหน้าบริษัทไปยังเขาสกได้เลย ค่ารถประมาณ 200 บาท

จองตั๋วเครื่องบิน

โรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น โรงแรมเขาสก แอนด์ สปา, บ้านเขาสกรีสอร์ท และโรงแรมอื่นๆ ในอุทยานแห่งชาติเขาสก

3.เกาะขาม จ.ชลบุรี

เกาะขาม จ.ชลบุรี เกาะขาม จ.ชลบุรี

เกาะขาม จ.ชลบุรี เป็นเกาะใกล้กรุงเทพฯ บรรยากาศสวย น้ำใส หาดทรายขาวที่หลายคนมองข้ามไปหรืออาจจะยังไม่รู้ เกาะขามเป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสัตหีบ ห่างออกไปประมาณ 9 กิโลเมตร ซึ่งบริเวณที่สวยงาม สามารถดำน้ำดูปะการังได้ มีทั้งแนวปะการังเขากวาง ปะการังโต๊ะ ปะการังสมอง อีกทั้งยังเต็มไปด้วยฝูงปลาผีเสื้อ ปลาสลิดหิน ปลาอมไข่ ปลาหางเหลือง ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นเกาะสวยที่ไม่ไกล เดินทางง่าย แถมยังโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วย

อัตราค่าบริการในการเที่ยวเกาะขาม ผู้ใหญ่ 200 บาท, เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี 150 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.kohkham.com

สำหรับการเดินทางมายังเกาะขาม สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวมาได้ โดยใช้ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 331 ผ่านสี่แยกเกษมพล สี่แยกกม.10 (รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ) จากนั้นขับตรงไปประมาณ 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงทางเข้าบ้านแสมสาร จากนั้นต่อเรือโดยสารได้ที่ท่าเทียบเรือเขาหมาจอ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อข้ามไปยังเกาะขาม

โรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น ฎ-ชฎา รีสอร์ท บาย เดอะ ซี, ซีฮิลล์ บูติก เรสซิเดนซ์ และโรงแรมอื่นๆ ในสัตหีบ

4.เกาะราชาใหญ่ จ.ภูเก็ต

เกาะราชา เป็นเกาะที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 เกาะ คือ เกาะราชาใหญ่ และเกาะราชาน้อย ซึ่งทั้ง 2 เกาะมีน้ำทะเล หาดทราย ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่สวยไม่แพ้กัน เหมาะสำหรับเที่ยวในช่วงซัมเมอร์เป็นอย่างมาก แต่เกาะราชาที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวก็คือเกาะราชาใหญ่ โดยเกาะราชาใหญ่จะแบ่งออกไปเป็นหลายอ่าว เช่น อ่าวตะวันตก เป็นอ่าวที่สวยที่สุด, อ่าวสยาม เป็นอ่าวที่ยาวที่สุดและเงียบสงบ สามารถดำน้ำตื้นได้, อ่าวหลา จุดดำน้ำที่สวยที่สุดของเกาะราชา

สำหรับการเดินทางมายังเกาะราชาใหญ่ สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินภูเก็ต จากนั้นให้ติดต่อรถจากสนามบินไปลงที่ท่าเรืออ่าวฉลองแล้วนั่งสปีดโบ๊ทไปยังเกาะ หรือหากใครซื้อทัวร์เกาะราชาใหญ่ ให้ลองติดต่อบริษัททัวร์ เพราะบางบริษัทสามารถมารับที่สนามบินได้แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

โรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น รายาบุรีรีสอร์ท (เกาะราชา), บ้านรายา รีสอร์ท แอนด์ สปา และโรงแรมอื่นๆ ในเกาะราชาใหญ่

5.ภูกระดึง จ.เลย

ปิดท้ายกันในที่เที่ยวแบบสูงๆ ที่ภูกระดึง จ.เลย สถานที่เหมาะอย่างยิ่งกับการไปเที่ยวทั้งกับเพื่อนและกับแฟน หลายคู่มักจะไปพิสูจน์รักแท้กันด้วยการพิชิตภูกระดึง ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีอีกไอเดียสำหรับซัมเมอร์นี้ บนภูกระดึงจะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดอีกแห่หนึ่งของประเทศไทยด้วย

สำหรับอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเท้าขึ้นไปยอดภูกระดึงได้ในช่วง 1 ต.ค. ถึง 31 พ.ค. ทุกปี ตั้งแต่เวลา 7.00 – 14.00 น. โดยมีค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท และจะปิดไม่ให้พักบนยอดภูกระดึง ตั้งแต่ 1 มิ.ย. ถึง 30 ก.ย. ของทุกปี

ในการเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติภูกระดึงให้มาตามทางหลวงหมายเลข 201 เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 276 ให้เลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข 2019 ประมาณ 8 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น โรงแรมเลยพาเลซ, ม้วนมาณี บูทีค โฮเทล และโรงแรมอื่นๆ ใน จ.เลย