หลายคนอาจคิดอยากไปเที่ยวทะเลช่วงนี้แต่กลัวฝน กลัวพายุ วันนี้ AirAsiaGo อยากจะพาเพื่อนๆ ไปดูเกาะสวยที่เที่ยวได้แม้จะเป็นหน้าฝน เพราะเกาะเหล่านี้ตั้งอยู่ในฝั่งอ่าวไทย จะปลอดภัยและโดนลมมรสุมน้อยกว่ากว่าฝั่งอันดามัน และเกาะต่างๆ ในบริเวณอ่าวไทยนั้นก็สวยไม่แพ้กันกับฝั่งอันดามันเลยด้วย

1. เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน

เกาะเต่านั้นเป็นเกาะยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขึ้นชื่ออย่างมากเรื่องการดำน้ำ เพราะมีแนวปะการังที่สวยงามแถมยังมีปลาน้อยใหญ่มากมาย และที่เกาะเต่านี้เองเป็นจุดดำน้ำที่หากโชคดีนักท่องเที่ยวอาจได้ว่ายน้ำร่วมกับฉลามวาฬอีกด้วย โดยการดำน้ำนี้สามารถทำได้แม้เป็นช่วงฤดูฝน เพราะเกาะเต่าตั้งอยู่ในจุดที่มีเกาะน้อยใหญ่บดบังลมมรสุมให้ จุดดำน้ำลึกยอดฮิตบนเกาะเต่านั้นก็ได้แก่ กองหินตุ้งกู กองหินชุมพร เกาะฉลาม และแหลมเทียน แต่หากเพื่อนๆ คนไหนไม่อยากดำน้ำก็สามารถไปนอนเล่นทำกิจกรรมริมชายหาดได้ โดยบนเกาะเต่านั้นมีชายหาดสวยงามอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหาดทรายแดง หาดฟรีดอม เป็นต้น บนเกาะเต่านั้นมีที่พักสวยๆ น่าสนใจอยู่มากมาย ที่ AirAsiaGo อยากแนะนำก็ได้แก่ มังกี้ฟลาวเวอร์วิลลา, จามาคีรี รีสอร์ท แอนด์ สปา และที่พักอื่นๆ บนเกาะเต่า

การเดินทาง : สามารถเดินทางโดยเครื่องบินของแอร์เอเชียไปลงยังสนามบินจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นให้เดินทางไปยังท่าเรือเทศบาลเพื่อใช้บริการเรือนอน ซึ่งจะออกจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีเวลา 23.00 น. และถึงที่เกาะเต่าเวลา 6.00 น.

จองตั๋วเครื่องบิน

ค่าบริการ : เรือนอนสุราษฎร์ธานี – เกาะเต่าคนละ 400 บาท

2. เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน

เกาะพะงัน อีกหนึ่งเกาะในอ่าวไทยที่มีชายหาดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใสน่าลงไปเล่น ชายหาดน่าสนใจบนเกาะพะงันก็ได้แก่หาดริ้น ซึ่งเป็นชายหาดที่จัดงาน Full Moon Party อันโด่งดังไปทั่วโลกจะจัดทุกขึ้น 15 ค่ำของทุกเดือน เพราะฉะนั้นหากใครอยากไปเที่ยวทะเลหน้าฝนแถมด้วยปาร์ตี้สุดมันก็อย่าลืมเช็คตาราง Full Moon Party ของปีนี้แล้วไปเที่ยวกันเลย แต่หากใครอยากไปเที่ยวแบบสงบๆ นอกจากหาดริ้นแล้วยังมีหาดสวยงามหาดอื่นอีกเช่น หาดท้องนายปาน และอ่าวแม่หาด ส่วนใครที่อยากไปดำน้ำก็สามารถไปดำน้ำได้ที่ เกาะม้า ซึ่งมีปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาน่ารักอยู่มากมาย เกาะม้านั้นอยู่ไม่ไกลจากอ่าวแม่หาดสามารถไปได้ง่ายๆ ที่พักบนเกาะพะงันที่เป็นที่นิยมได้แก่ เดอะโคสต์ รีสอร์ท, ปานวิมาน รีสอร์ท เกาะพะงัน และที่พักอื่นๆ บนเกาะพะงัน

การเดินทาง : สามารถเดินทางโดยเครื่องบินของแอร์เอเชียไปลงยังสนามบินจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วไปยังท่าเรือดอนสักเพื่อขึ้นเรือเฟอ์รี่ไปยังเกาะพะงันใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยสามารถหาซื้อตั๋วรถไปท่าเรือ + เรือเฟอร์รี่ที่บูทต่างๆ ในสนามบินได้เลย

จองตั๋วเครื่องบิน

ค่าบริการ : ตั๋วรถไปท่าเรือดอนสักพร้อมเรือเฟอร์รี่อยู่ที่ 400 บาท

3. เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน

เกาะท่องเที่ยวยอดฮิต ยิ่งช่วงฤดูฝนแบบนี้น้ำทะเลกลายเป็นสีครามสวยงาม ไร้ซึ่งมรสุมเหมือนกับเกาะฝั่งอันดามัน บนเกาะสมุยนั้นมีชายหาดยอดฮิตอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นหาดแม่น้ำ ที่มีบรรยากาศคึกคักกว่าหาดอื่นๆ โดยเฉพาะคืนวันเสาร์นั้นจะมีถนนคนเดินเกาะสมุยให้เพื่อนๆ ได้มาเดินเล่นซื้อของที่ระลึก หาดเฉวงเป็นชายหาดที่มีทรายขาวสะอาดที่สุด มีผับบาร์มากมายริมชายหาด แถมที่พักส่วนใหญ่ก็ยังอยู่บนชายหาดแห่งนี้อีกด้วย และหากใครไปเที่ยวเกาะสมุยก็อย่าลืมไปถ่ายรูปกับหินตาหินยายแลนด์มาร์กของที่เกาะสมุยด้วยนะ ที่พักน่าสนใจบนเกาะสมุยก็ได้แก่ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท สมุย, เฉวง รีเจนท์ บีช รีสอร์ท และที่พักอื่นๆ บนเกาะสมุย

การเดินทาง : สามารถเดินทางโดยเครื่องบินของแอร์เอเชียไปลงยังสนามบินจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นให้เดินทางไปยังท่าเรือดอนสักเพื่อขึ้นเรือเฟอ์รี่ไปยังท่าเรือเกาะสมุยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที โดยสามารถหาซื้อตั๋วรถไปท่าเรือ + เรือเฟอร์รี่ที่บูทต่างๆ ในสนามบินได้เลย

จองตั๋วเครื่องบิน

ค่าบริการ : ตั๋วรถไปท่าเรือดอนสักพร้อมเรือเฟอร์รี่อยู่ที่ 350 – 400 บาท

4. เกาะเสม็ด จ.ระยอง

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน

เกาะเสม็ดในฤดูฝนนั้นยังถึงแม้จะมีฝนตกบ้าง แต่ท้องฟ้าก็ยังสดใสส่วนผืนน้ำนั้นก็ยังใสเป็นสีฟ้าประกายอยู่ โดยบนเกาะเสม็ดนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูฝนก็สามารถดำน้ำดูปะการังได้ หรือสามารถไปนั่งชิวรับลมที่ร้านอาหารทะเลสดใหม่ริมทะเล หรือไปเล่นน้ำก่อปราสาททรายริมหาดทรายแก้ว ช่วงกลางคืนที่เกาะเสม็ดจะมีบาร์ริมหาดน่ารักมากมายให้เพื่อนๆ ได้ไปนั่งผ่อนคลายกัน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนนี้ลมแรงเย็นดีอย่าบอกใครเลย แถมยังไม่ต้องแย่งกินแย่งเที่ยวกับใคร เหมือนไปเกาะส่วนตัวก็ว่าได้ ที่พักบนเกาะนั้นก็มีมากมาย ได้แก่ บ้านพลอยซี, ทรายแก้ว บีช รีสอร์ท และโรงแรมอื่นๆ บนเกาะเสม็ด

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ สามารถใช้ถนนสุขุมวิท ทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จากนั้นต้องไปที่ท่าเรือบ้านเพสามารถนั่งเรือใหญ่ข้ามฟากใช้เวลา 45 นาที หากเป็นสปีดโบ๊ทจะใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาที

ค่าบริการ : เรือใหญ่ข้ามฟากราคา 100 บาท สปีดโบ๊ทราคา 500 บาท

5. เกาะช้าง จ.ตราด

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน

เกาะช้างนั้นเหมาะอย่างมากในการท่องเที่ยวหน้าฝนเพราะนอกจากทะเลแล้วมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะมากมาย เช่น ฤดูฝนแบบนี้น้ำตกคลองพลูจะมีน้ำเยอะ เหมาะแก่การไปแช่เล่น นอกจากนั้นยังสามารถขึ้นไปชมวิวบนจุดชมวิวหาดไก่แบ้ แถมบางโรงแรมยังมีกิจกรรมพายเรือคายักเล่นในคลองได้อีกด้วย ตอนกลางคืนอีกหนึ่งกิจกรรมน่าสนใจบนเกาะช้างก็คือการนั่งเรือไปชมหิ่งห้อย ซึ่งในฤดูฝนนี้จะมีหิ่งห้อยออกมาบินให้ชมเยอะเช่นกัน หากวันไหนฝนตกแล้วไม่สามารถลงไปเล่นน้ำในทะเลก็สามารถจองที่พักที่มีสระว่ายน้ำติดชายหาด ว่ายน้ำในสระแล้วมองออกไปทะเลก็ได้บรรยากาศเหมือนกันนะ โรงแรมที่มีสระว่ายน้ำริมชายหาดที่อยากจะแนะนำก็ได้แก่ เคซี แกรนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา, เมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ และที่พักอื่นๆ บนเกาะช้าง

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ สามารถใช้ถนนสุขุมวิท ทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จนไปถึงจังหวัดตราด ประมาณ 385 กิโลเมตร จากนั้นก็ไปท่าเรือเฟอรี่ ซึ่งจะใช้เวลา 30 นาทีถึงเกาะช้าง

ค่าบริการ : เรือเฟอร์รี่ไป – กลับคนละ 150 บาท

เที่ยววนไปกับ 5 ทะเลเที่ยวได้ในหน้าฝน