เมื่อพูดถึงทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโด หลายคนคงเคยได้ยินคำร่ำลือถึงความสวยงามของทุ่งดอกไม้สีสันสดใส ที่ดูกว้างสุดลูกหูลูกตา จนใครหลายคนอยากจะมาเห็นและซึมซับบรรยากาศนั้นด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต ฤดูร้อนของเกาะฮอกไกโดอากาศจะเย็นสบายกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น และเป็นอากาศที่เหมาะสมให้ดอกลาเวนเดอร์เจริญเติบโตได้อย่างสวยงาม ส่งผลให้ฮอกไกโดมีชื่อเสียงมากในเรื่องของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ โดยเฉพาะที่เมือง Furano และ Biei ช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่งจะอยู่ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมถึงปลายสิงหาคม ซึ่งจะตรงกับช่วงฤดูฝนของประเทศไทย จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับใครที่ต้องการหลบเลี่ยงการเปียกปอนจากฝนไปพบความสวยงามอีกด้านหนึ่งของธรรมชาติ โดยวันนี้ AirAsiaGo มี 10 สถานที่ชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโดมาฝากกัน รับรองว่าสวยถูกใจผู้ที่รักธรรมชาติและดอกไม้อย่างแน่นอน

1.สวนโทมิตะ (Tomita Farm)

1. สวนโทมิตะ (Tomita Farm)

สวนโทมิตะเป็นสวนที่โด่งดังที่สุดของเมือง Furano ของฮอกไกโดด้วยพื้นที่ที่ใหญ่กว่า 100,000 ตารางเมตร ทำให้ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ของสวนแห่งนี้เป็นที่ติดตาตรึงใจของนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยี่ยมชม ซึ่งภายในสวนจะแบ่งพื้นที่ปลูกดอกลาเวนเดอร์หลากหลายสายพันธุ์ เช่น Hanabito, Sakiwai, Irodori, Traditional Lavender และยังมีแปลงดอกไม้ในส่วน Springfield, Autumn field มีเรือนกระจก (Green house) เพาะพันธุ์ดอกไม้และสวน Mother’s Garden นอกจากนี้ยังมีGallery, ร้านค้าซึ่งขายผลิตภัณฑ์จากดอกไม้ที่น่าสนใจ เช่น Essential oil และน้ำหอมจากดอกลาเวนเดอร์ และคาเฟ่ซึ่งมีขายทั้งเครื่องดื่ม อาหาร ขนมหวาน เช่น ไอศครีมรสลาเวนเดอร์, ครีมพัฟ, พุดดิ้งให้ได้ชิมกัน ขอบอกเลยว่าไอศรีมรสลาเวนเดอร์เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด และทางสวนยังมีการเปิดสวนแห่งใหม่ที่ชื่อว่า Lavender East ซึ่งอยู่ห่างจากสวนโทมิตะไปเพียง 15 นาที โดยสามารถขึ้น รถบัสจากทางสวนเพื่อไปเที่ยวได้เลย

ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี

เวลาเปิด – ปิด : สวน Tomita เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วน Lavender East เปิด 8.30 – 17.00 น.

สำหรับการเดินทางให้เริ่มต้นจาก Sapporo Station โดยนั่งรถไฟสาย JR Lilac-kamui line ลงที่ Asahikawa Station แล้วต่อ JR Furano line ต่อมาลงที่ Nakafurano Station และเดินต่อไปอีกประมาณ 25 นาที หรือลงที่ Lavender Farm Station แล้วเดินต่ออีก 7 นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Petit Hotel Blanc Fleur, Pension Raclette, Spa & Hotel Resort Furano La Terre

2.สวนไซกะโนะซาโตะ (Saika no Sato)

2. สวนไซกะโนะซาโตะ (Saika no Sato) 2. สวนไซกะโนะซาโตะ (Saika no Sato)

สวนไซกะโนะซาโตะหรือสวนไซกะ เป็นหนึ่งในทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดใน Nakafurano บนเกาะ
ฮอกไกโด เมื่อเข้าไปในสวนแห่งนี้จะได้พบกับทุ่งดอกลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่ มองไปทางไหนก็มีแต่สีสันสดใสสวยงามจากดอกไม้ นอกจากดอกลาเวนเดอร์แล้วยังมีดอกลูพิน , ดอกซัลเวียสีแดง, ดอกทานตะวัน, ดอกคอสมอส และดอกป๊อปปี้ เป็นต้น นอกจากจะได้ถ่ายรูปกับทุ่งดอกลาเวนเดอร์และดอกไม้อื่นๆ แล้ว ที่สวนแห่งนี้ยังเก็บดอกลาเวนเดอร์กลับบ้านได้ด้วยในราคาถุงละ 700 เยน

ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี

เวลาเปิด – ปิด : 8.00 – 17.00 น.

สำหรับวิธีการเดินทางให้เริ่มต้นจาก Sapporo Station นั่งรถไฟสาย JR Lilac-kamui line มาลงที่ Asahikawa Station แล้วต่อ JR Furano line มาลงที่ Nakafurano Station จากนั้นเดินต่ออีก 15 นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Minshuku Akiba,Hotel Sunfuraton, Pension Hoshi Ni Negaiwo

3.ทุ่งดอกไม้คามิฟุราโนะ (Flower land Kamifurano)

3. ทุ่งดอกไม้คามิฟุราโนะ (Flower land Kamifurano) 3. ทุ่งดอกไม้คามิฟุราโนะ (Flower land Kamifurano)

ทุ่งดอกไม้คามิฟุราโนะ เป็นจุดชมดอกลาเวนเดอร์อีกแห่งที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโดและเป็นที่รู้จักอย่างดี ตั้งอยู่แถว Sorachi-gun ที่นี่นอกจากจะมีดอกลาเวนเดอร์มากมายแล้วยังสามารถพบเห็นดอกซัลเวีย ดอกลิลลี่ ดอกลิ้นมังกรขึ้นแซมกันอย่างสวยงาม และยังมีให้บริการชมสวนดอกไม้ด้วยรถแทรกเตอร์ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีต่อรอบ (500 เยน) รวมไปถึงกิจกรรมพิเศษอีกอย่างคือ การทำหมอนจากดอกลาเวนเดอร์อบแห้ง ซึ่งกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์จะช่วยให้นอนหลับสบายเป็นของที่ระลึกกลับบ้านกันอีกด้วย นอกจากนี้ทางสวนยังมีกิจกรรมอีกมากมาย สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้ http://flower-land.co.jp/en

ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี

เวลาเปิด – ปิด : 9.00 – 18.00 น.

สำหรับวิธีการเดินทางให้เริ่มต้นจาก Sapporo Station นั่งรถไฟสาย JR Lilac-kamui line ลงที่ Asahikawa Station แล้วต่อ JR Furano line มาลงที่ Kamifurano Station เดินต่ออีก 10นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Petit Hotel Blaneneige, Furano Hop Hotel, Furano Resort Orika

4.สวนชิกิไซโนะโอกะ (Shikisai-no-Oka)

Credit Photo :https://fastjapan.com/en/p117852

สวนชิกิไซโนะโอกะ เป็นอีกหนึ่งสวนดอกไม้ที่พลาดไม่ได้ในเมือง Biei ของฮอกไกโดทัศนียภาพของสวนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ดูคล้ายเรากำลังอยู่บนสวรรค์ ที่นี่เราจะได้ยืนสูดกลิ่นหอมของดอกไม้และมีความสุขไปกับทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่กว้างสุดสายตาบนพื้นที่ของสวนขนาด 70,000 ตารางเมตร นอกจากทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่เป็นจุดเด่นของสวนแล้วยังมีดอกไม้อื่นๆ เช่น ดอกทิวลิป ดอกรักเร่ ดอกทานตะวัน ดอกพิทูเนีย นอกจากนี้ภายในสวนยังมีผลไม้สดจำหน่ายโดยเฉพาะเชอร์รี่และเมล่อนรวมไปถึงไอศครีมรสชาติแปลกใหม่อย่างรสฟักทองที่น่าลิ้มลอง

ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี (หรือบริจาค 200 เยน เพื่อเป็นค่าดูแลรักษาสวน)

เวลาเปิด – ปิด : 8.30-18.00 น.

สำหรับการเดินทางให้เริ่มต้นจาก Sapporo Station นั่งรถไฟสาย JR Lilac-kamui line มาลงที่ Asahikawa Station แล้วต่อ JR Furano line มาลงที่ Nakafurano Station แล้วเดินต่ออีก 15 นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Pension Megumiyuki, Kunsthaus, Pension Ken&Mary

5.สวนคันโนะ (Kanno Farm)

Credit Photo :http://good-hokkaido.info/en/kanno-farm-kamifurano

Credit Photo :http://www.furanotourism.com

สวนคันโนะ ตั้งอยู่บริเวณ Kamifurano ด้วยพื้นที่ที่เป็นทั้งที่ราบและเนินสูงผสมไอเดียในการแบ่งโซนปลูกดอกไม้แยกดอกลาเวนเดอร์สีม่วงกับดอกไม้หลากสีอื่นๆ และเมื่อบรรดาดอกไม้ที่ปลูกไว้พร้อมใจกันเบ่งบานในช่วงฤดูร้อนจะเกิดเป็นภาพที่สวยงดงาม ไม่ว่าใครที่มาเห็นจะต้องประทับใจย่างแน่นอน ทางสวนยังมีร้าน Kinkonkanno ซึ่งขายของน่ารักๆ จากดอกไม้ สาวๆ คนไหนถ้าได้เข้าไปคงอดใจไม่ได้ที่จะหยิบติดไม้ติดมือกลับมาเป็นของฝาก

ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี

เวลาเปิด – ปิด : 9.00 น. ถึงพระอาทิตย์ตกดิน

สำหรับการเดินทางให้เริ่มต้นจาก Sapporo Station นั่งรถไฟ JR Lilac-kamui line มาลงที่ Asahikawa Station แล้วต่อด้วยสาย JR Furano line ลงที่ Bibaushi Station แล้วเดินต่ออีก 15 นาทีหรือลงที่ Furano Station แล้วเดินต่ออีก 30 นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Pension Natsumi no Sato, Hotel Lavenir, Minshuku Cress

6.เซะรุบุ ฮิลล์ (Zerubu Hill)

Credit Photo :http://reginaeid.com.br

Credit Photo :http://reginaeid.com.br

เซะรุบุ ฮิลล์ เป็นอีกหนึ่งสวนดอกลาเวนเดอร์ที่ตั้งอยู่ที่เมือง Biei ของฮอกไกโด สวนแห่งนี้จะปลูกดอกไม้ในลักษณะเป็นวงกลม ฉากหลังมองเห็นวิวของภูเขา Tokachidake ภายในสวนยังมีดอกกุหลาบและดอกลิลลี่คอยอวดโฉมแย่งความสนใจจากดอกลาเวนเดอร์สีม่วงที่กระจายเต็มทุ่ง สวยงามขนาดนี้ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูน่าอิจฉาไปหมด ช่วงเวลาท่องเที่ยว คือเดือนเมษายนถึงตุลาคม

ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี

เวลาเปิด – ปิด : 8.30 – 17.00 น.

สำหรับการเดินทางให้เริ่มต้นจาก Sapporo Station นั่งรถไฟ JR Lilac-kamui line มาลงที่ Asahikawa Station แล้วต่อด้วยสาย JR Furano line ลงที่ Biei Station แล้วเดินต่ออีกประมาณ 2.3 กิโลเมตร

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Minshuku Cress, Pension Natsumi no Sato, Pension Ken&Mary

7.ไฮแลนด์ฟุราโนะ (Highland Furano)

Credit Photo :https://thailand.airasiago.com/Furano-Hotels-Highland-Furano.h12334846.Hotel-Information

ไฮแลนด์ฟุราโนะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะได้เพลินเพลินไปกับทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสดใสมีทั้งที่ปลูกเป็นสวนขนาดใหญ่และตามเส้นทางเดินป่า โดยช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์บานเต็มที่และส่งกลิ่นหอมลอยไปทั่วทั้งสวนคือช่วงกลางถึงปลายเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ยังมีบ้านพัก ร้านอาหาร รวมไปถึงบ่อน้ำร้อนธรรมชาติไว้คอยให้บริการ เรียกได้ว่าครบครันสำหรับการพักผ่อนลายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม

ค่าเข้าสถานที่ : ไม่ระบุ

เวลาเปิด – ปิด : ไม่ระบุ

สำหรับการเดินทางให้เริ่มต้นจาก Sapporo Station นั่งรถไฟ JR Lilac-kamui line มาลงที่ Asahikawa Station แล้วต่อด้วยนั่งรถไฟ JR Furano line มาลงที่ Biei Station แล้วเดินต่ออีกประมาณ 2.3 กิโลเมตร

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Highland Furano, CHALET FUYURI, Fresh Powder Apartment Furano

8.สวนลาเวนเดอร์มิยามะ (Miyama Pass Lavender Garden)

Credit Photo :http://www.yokoso-japan.jp

8. สวนลาเวนเดอร์มิยามะ (Miyama Pass Lavender Garden)

สวนลาเวนเดอร์มิยามะ เป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในการมาชมความสวยงามของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ วิวที่จะได้เห็นคือทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงขนาดใหญ่ เบื้องหลังเป็นวิวของภูเขา Tokachi-dake สวนแห่งนี้จะมีให้ชาวญี่ปุ่นร่วมเป็นเจ้าของได้โดยต้องจ่าย 10,000 เยนต่อปี เพื่อรักษาทุ่งลาเวนเดอร์นี้ไว้ และจะมีป้ายชื่อของผู้บริจาคปักไว้รอบแปลงดอกไม้ ช่วงเวลาท่องเที่ยวของที่นี่ คือ เดือนกรกฎาคม ส่วนในเดือนอื่นๆ จะไม่มีดอกไม้แต่สวนเปิดให้เที่ยวได้ตลอดทั้งปี หากมาในช่วงเดือนอื่นสามารถแวะไปเที่ยวที่ Miyama Pass Art Park หรือ Trick Art Museum แทนได้

สำหรับการเดินทางให้เริ่มต้นจาก Sapporo Station นั่งรถไฟ JR Lilac-kamui line มาลงที่ Asahikawa Station แล้วนั่งรถไฟ JR furano line ต่อมาลงที่ Furano Station หรือ Kami-furano station จากนั้นต่อ Furano bus for New Furano Hotel ลงที่ป้าย Miyama Toge แล้วเดินต่ออีก 1 นาที

ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี

เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Petit Hotel Blanc Fleur, Pension Megumiyuki, Kunsthaus

9.ฟุราโนะแจมการ์เด้น (Furano Jam Garden)

9.ฟุราโนะแจมการ์เด้น (Furano Jam Garden) - 1

Credit Photo :https://www.furanojam.com

9.ฟุราโนะแจมการ์เด้น (Furano Jam Garden) - 1

Credit Photo :http://www.furanotourism.com

ฟุราโนะแจมการ์เด้น ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมือง Furano ประมาณ 20กิโลเมตร ซึ่งถ้าฟังจากชื่อแล้วคงจะเดาได้ไม่ยากว่าสวนแห่งนี้น่าจะเป็นที่ผลิตแยมที่รสชาติดีแห่งหนึ่ง แยมจากที่นี่จะผลิตจากผลผลิตทางธรรมชาติที่สด ไม่ใช้สารกันเสีย สารแต่งสีหรือกลิ่นใดๆ แต่นอกจากแยมแล้วสถานที่แห่งนี่ยังมีทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่สวยงามแอบซ่อนอยู่ในชื่อว่า Rokugou viewing platform โดยทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นฉากในซีรีส์ Kita no Kunikara ความสวยงามของทุ่งลาเวนเดอร์ที่นี่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายให้แวะเวียนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ภายในสวนยังมีดอกทานตะวัน ดอกป๊อปปี้ ดอกโบตั๋น ดอกมัสตาร์ด ดอกดาวเรือง และอื่นๆ ซึ่งจะบานสะพรั่งและสร้างสีสันแปลกตาในช่วงเดือนที่แตกต่างกันไป

ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี

เวลาเปิด – ปิด : 9.00-17.30 น.

สำหรับการเดินทางให้เริ่มต้นจาก Sapporo Station นั่งรถไฟ JR Lilac-kamui line มาลงที่ Asahikawa Station แล้วต่อ JR Furano line มาลงที่ Furano Station แล้วนั่งแท๊กซี่ต่ออีก 30 นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Farm Inn Dococa Farm, Country Cottage Wakiaiai, Furano Shiyuirin

10.ฮิโนเดะพาร์คลาเวนเดอร์การ์เด้น (Hinode Park Lavender Garden)

10.ฮิโนเดะพาร์คลาเวนเดอร์การ์เด้น (Hinode Park Lavender Garden) - 2

Credit Photo :https://sapporogoldenhouseblog.wordpress.com

10.ฮิโนเดะพาร์คลาเวนเดอร์การ์เด้น (Hinode Park Lavender Garden) - 2

Credit Photo :http://www.furanotourism.com

ฮิโนเดะพาร์คลาเวนเดอร์การ์เด้น ตั้งอยู่ที่บริเวณ Kamifurano ภายในสวนจะมีทางเดินให้เดินดูดอกลาเวนเดอร์รอบสวน บริเวณตรงกลางจะมีซุ้มสีขาวมีระฆังห้อยอยู่กลางซุ้ม และรอบล้อมไปด้วยความสวยงามและกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสดมากมาย ความสวยงามนี้ทำให้ทุกปีที่นี่กลายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของบ่าวสาวของหลายคู่ สำหรับที่นี่จะมีเปิดให้บริการทุกวัน และมีช่วงเวลาท่องเที่ยวอยู่ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม

ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี

เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับการเดินทางให้เริ่มต้นจาก Sapporo Station นั่งรถไฟ JR Lilac-kamui line มาลงที่ Asahikawa Station แล้วนั่งรถไฟ JR Furano line ต่อมาลงที่ Kami-furano Station แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Furano Hops Hotel, Furano Resort Orika, Petit Hotel Blaneneige

จากประเทศไทยสามารถไปฮอกไกโดด้วยการบินไปลงที่ สนามบินชิโตเสะ (New Chitose Airport) จากนั้นเข้าเมืองซัปโปโรด้วยรถไฟ JR Rapid Airport

จองตั๋วเครื่องบิน