ถ้าจะเที่ยวป่า เที่ยวเขา ใครบอกว่าจำเป็นต้องไปแค่ฤดูหนาวเท่านั้น ปัจจุบันนี้จะธรรมชาติแบบนี้ก็สามารถไปได้ ตั้งแต่ฤดูฝนยาวไปจนถึงฤดูหนาวเลยทีเดียว เหตุผลที่เราควรไปเที่ยวช่วงฤดูฝนนั้นก็เพราะฤดูฝนเป็นอีกหนึ่งฤดูที่เหมาะกับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นอย่างมาก เพราะความชุ่มฉ่ำของสายฝนนั้นจะทำให้ป่าอุดมสมบูรณ์เขียวชอุ่มไปทั่วทั้งป่า อีกอย่างหลังฝนหยุดตก ท้องฟ้าจะสวยงามสดใสเป็นอย่างยิ่ง หากอยู่บนยอดดอยเราก็จะได้ชมทะเลหมอกที่สวยงามไม่ต่างกับช่วงฤดูหนาวเลย และที่สำคัญนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนก็ไม่เยอะเท่าฤดูหนาว เราสามารถยืนกินลมชมวิวกันฟินๆ ไปเลย อีกอย่างตั๋วเครื่องบิน โรงแรมและที่พักก็ราคาถูกกว่าฤดูกาลท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งวันนี้ AirAsiago จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับอุทยานแห่งชาติน่าผจญภัยท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ฤดูฝนยาวไปจนถึงฤดูหนาวทั้ง 10 ที่ด้วยกัน จะมีที่ไหนบ้างมาดูกันเลย

1. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดพิษณุโลก

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดพิษณุโลก

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดพิษณุโลก

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดพิษณุโลก อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดพิษณุโลก

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวแห่งนี้มีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นน้ำตกภูสอยดาว ซึ่งจะมีน้ำตกอยู่5 ชั้น ได้แก่ ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ ส่วนไฮไลท์ของช่วงฤดูฝนช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนของทุกปีคือการที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมทุ่งดอกไม้หลากหลายชนิดเช่นดอกหงอนนาคสีม่วง ดอกสร้อยสุวรรณา และดอกรากหญ้าหอม ซึ่งจะออกดอกกันอย่างหนาแน่น มีความสวยงามควรค่าแก่การไปชมซักครั้งเป็นอย่างมาก

การเดินทาง :

  1. สามารถเดินทางได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถไฟขบวน 115 จากหัวลำโพงไปลงที่พิษณุโลกแล้วนั่งรถต่อไปยังอ.ชาติตระการ เพื่อที่จะขึ้นรถสองแถวสีส้มจากตลาดชาติตระการไปยังภูสอยดาว
  2. หากขับรถจากจังหวัดพิษณุโลกจะใช้ระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร ให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1246 เมื่อถึงบ้านแพะให้แยกเข้าไปยังทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แล้วแยกเข้าไปยังทางหลวงหมายเลข 1237 ซึ่งจะไปบรรจบกับเส้นทางหมายเลข 1268 ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
  3. หากขับรถจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ใช้เส้นทางอุตรดิตถ์-น้ำปาด จนถึงอำเภอน้ำปาดแล้วเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 1239 ไปอีกประมาณ 47 กิโลเมตรแล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1268 อีก 18 กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท, ค่ามัดจำขยะ 100 บาท, ค่าลูกหาบกิโลกรรมละ 20 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : (055) 436793

เวลาเปิด – ปิด : 8.00 – 14.00 น.

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว : สิงหาคม – ตุลาคม

ที่พัก : ชานาลัย รีสอร์ทแอนด์ โฮเทล, โรงแรมสีหราช อุตรดิตถ์ และโรงแรมอื่นๆ ในจังหวัดอุตรดิตถ์

2. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ

2. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ 2. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ 2. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ

ขอบคุณภาพจาก :http://park.dnp.go.th

อุทยานแห่งชาติป่าหินงามตั้งอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ตั้งชื่อมาจากลานหินงามในอุทยานแห่งนี้ที่มีก้อนหินรูปทรงน่าอัศจรรย์แปลกตาซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำหลายรูป เช่น รูปถ้วย รูปสัตว์ ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวที่สุดก็คงหนีไม่พ้นช่วงเทศกาลดอกกระเจียวงาม ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ต้นฤดูฝนช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม โดยทุ่งดอกกระเจียวที่ป่าหินงามนี้นักท่องเที่ยวจะได้เห็นทุ่งบัวสวรรค์หรือดอกกระเจียวออกดอกผลิบานเป็นสีม่วงอมชมพูตัดกับสีเขียวเป็นภาพที่สวยงามมาก การมาชมดอกกระเจียวนี้ควรจะมาในช่วงเช้าหรือหลังฝนตกเพราะจะมีสายหมอกจางๆอยู่ หากใครมาช่วงปลายฝนต้นหนาวก็จะได้ชมทะเลหมอกซึ่งจะสวยมากในช่วงนั้น ถือได้ว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามและอยู่ใกล้กรุงเทพฯมาก การเดินทางสะดวกสบาย แถมในบริเวณอุทยานแห่งชาติยังมีรถรางบริการวน 3 จุดได้แก่ ทุ่งดอกกระเจียว, ผาสุดแผ่นดินและลานหินงาม สามารถขึ้นลงตรงไหนก็ได้

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ให้ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรีแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 จากนั้นก็ไปตามทางหลวงหมายเลข 205 ประมาณ 48 กิโลเมตร จากนั้น 1 กิโลเมตร ก่อนถึงที่ทำการอำเภอเทพสถิตให้เลี้ยวซ้ายไปอำเภอบัวระเหวอีกประมาณ 15 กิโลเมตร เมื่อถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านไร่ตรงเข้าไปประมาณ 14 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

ค่าเข้า : คนละ 20 บาท ค่ารถรางหรือรถหกล้อนำเที่ยวคนละ 20 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : (044) 056141

เวลาเปิด – ปิด : 6.00 – 18.00 น.

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว : มิถุนายน – สิงหาคม

ที่พัก : ทรัพย์มณีรีสอร์ท, ภา กะ สัณห์ การ์เด้นโฮม และโรงแรมอื่นๆ ในจังหวัดชัยภูมิ

3. อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ

2. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ 3. อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ 3. อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ 3. อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ

ขอบคุณภาพจาก :http://park.dnp.go.th

ถัดจากอุทยานแห่งชาติป่าหินงามอำเภอเทพสถิตมาได้ประมาณ 80 กิโลเมตรก็จะพบกับอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีทุ่งดอกกระเจียวบานสะพรั่งเช่นเดียวกันกับที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม แต่ทุ่งดอกกระเจียวที่อุทยานแห่งชาติไทรทองนี้จะมีความคงสภาพเป็นธรรมชาติไม่มีการปรุงแต่งมากกว่า แถมยังมีตั้ง 5 ทุ่งด้วยกัน โดยทุ่งดอกกระเจียวที่อุทยานแห่งชาติไทรทองนี้มีทั้งดอกสีชมพูและสีขาวอยู่บริเวณสันพังเหย ทุ่งดอกกระเจียวจะบานในช่วงเวลาเดียวกันก็คือช่วงเดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม นอกจากการชมทุ่งดอกกระเจียวแล้วที่อุทยานแห่งชาติไทรทองนี้ยังมีน้ำตกไทรทองอันสวยงามและหน้าผาขึ้นชื่อ ได้แก่ผาหำหด หน้าผาที่มีลักษณะเป็นแผ่นหินยื่นออกไปด้านนอกหน้าผา ซึ่งก่อนหน้านี้ชื่อผาน้ำผึ้ง แต่เมื่อ นายเชาวนเลิศ ไทยานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิในขณะนั้นมาสำรวจที่ผาแห่งนี้ก็ได้พูดขึ้นว่า “เห็นแล้วหำหดเลย” ชาวบ้านจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นผาหำหดตามคำพูดของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ให้ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรีแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 และไปตามทางหลวงหมายเลข 205 ประมาณ 48 กิโลเมตร จากนั้น 1 กิโลเมตร ก่อนถึงที่ทำการอำเภอเทพสถิตให้เลี้ยวซ้ายไปอำเภอบัวระเหวอีกประมาณ 15 กิโลเมตร เมื่อถึงอำเภอบัวระเหวให้ตรงไปอีกประมาณ 37 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 225 สายชัยภูมิ – นครสวรรค์ จะมีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร

ค่าเข้า : ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท

เวลาเปิด – ปิด : 08.00 – 18.00

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว : มิถุนายน – สิงหาคม

ที่พัก : ทรัพย์มณีรีสอร์ท, ภา กะ สัณห์ การ์เด้นโฮม และโรงแรมอื่นๆ ในจังหวัดชัยภูมิ

4. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

4. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 4. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 4. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 4. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

อีกหนึ่งอุทยานแห่งชาติน่าเที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อยู่แค่ที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีนี่เอง เป็นอุทยานแห่งชาติปลายทางในฝันของนักเดินเขาหลายคน เพราะยังเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนแบบนี้ การได้เดินตามเส้นทางบนภูเขาสวยๆ รายล้อมไปด้วยทะเลหมอกสีขาว เพียงแค่คิดก็ฟินแล้ว โดยผืนป่าในอุทยานนั้นมีความแตกต่างกัน เพราะมีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ทำให้มีพืชพรรณหลายแบบ และใครที่ชอบดูนกก็ยังมีนกหายากอย่างนกเงือกให้ได้ดูอีกด้วย จุดชมวิวที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมินั้นมีอยู่ 2 จุด คือบนเนินช้างเผือกซึ่งมียอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานคือยอดเขาช้างเผือกเป็นที่ที่คุณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอุทยานในมุมกว้างได้ อีกจุดหนึ่งคือเนินกูดดอยเป็นจุดกางเต็นท์ชมวิวที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้นอย่างมาก สามารถมองเห็นได้ไกลไปจนถึงเขื่อนวชิราลงกรณ์เลยทีเดียว

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ – พุทธมณฑล – นครปฐม – กาญจนบุรี เป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดและง่ายที่สุด จากตัวเมืองกาญจนบุรีให้วิ่งไปตามถนนสายหลักคือถนนแสงชูโต เมื่อถึงสี่แยกแก่งเสี้ยนให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 323 อำเภอไทรโยค – ทองผาภูมิ เส้นทางนั้นจะวิ่งตรงเข้าอำเภอทองผาภูมิเลย เมื่อถึงตัวอำเภอให้ขับรถเลียบไปกับอ่างเก็บน้ำจะถึงสามแยกบ้านไร่-ปิล๊อก ให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นก็จะต้องขับรถขึ้นเขาอีกประมาณ 24 กิโลเมตรก็จะถึงอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : (098) 252 0359

เวลาเปิด – ปิด :

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว : สิงหาคม – มกราคม

ที่พัก : นาคาคีรี รีสอร์ทแอนด์สปา, ผาตาดวัลเล่ย์ และโรงแรมอื่นๆ ในทองผาภูมิ

5. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

5. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 5. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 5. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์นั้นตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่มีขนาดใหญ่ครอบคลุมเขตอำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และกิ่งอำเภอดอยหล่อ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงมากในประเทศไทยเพราะเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 2,565,3341 เมตร ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์นี้เองมีจุดชมวิวสวยงามเลื่องชื่ออยู่หลายจุด จุดที่โด่งดังมากก็คือจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ซึ่งจะต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร เดินผ่านป่าดิบชื้นน้ำตก จากนั้นก็จะโผล่พ้นมาที่ทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ซึ่งมีความสวยงามอย่างมาก หากเดินไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถพบกับต้นกุหลาบพันปีสีแดง ซึ่งจะผลิบานในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคมเท่านั้น และหากใครไปในช่วงอากาศหนาวจัดอาจได้พบกับแม่คะนิ้งหรือปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งที่สวยงามมาก นอกเหนือจากนั้นทางขึ้นอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ยังมีพระมหาธาตุเจดีย์อันโด่งดัง ได้แก่ พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดลและพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสทรงพระเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ นอกเหนือจากนั้นยังมีน้ำตกวชิรธารซึ่งมีความสวยงามมากให้ได้สัมผัสกันอีกด้วย

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ สามารถนั่งเครื่องบินจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ สามารถจองผ่าน AirAsiaGo ได้เลย และจากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถเดินทางโดยรถยนต์ไปบนถนนเชียงใหม่ – ฮอดก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตรให้เลี้ยวขวาไปยังถนนเส้นจอมทอง – ดอยอินทนนท์ จากนั้นก็จะเป็นเส้นทางมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถจอดรถแวะชมจุดท่องเที่ยวน่าสนใจได้ตลอดทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปยังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีระยะทางประมาณ 56 กิโลเมตร

จองตั๋วเครื่องบิน

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 50 บาท / เด็ก 20 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : (053) 286729

เวลาเปิด – ปิด :

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว : ธันวาคม – มีนาคม

ที่พัก : เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท, ภูอันนา อีโค่ เฮ้าส์ และที่พักอื่นๆ ในอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

6. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง

6. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง 6. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง 6. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง 6. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีธารน้ำแร่ที่มีอุณหภูมิสูงถึง 80 องศาเซลเซียส มีโขดหินธรรมชาติห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะเป็นธารน้ำอุ่น ซึ่งเป็นสถานที่ที่น้ำตกแจ้ซ้อนไหลมาบรรจบกับธารน้ำร้อนของน้ำแร่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่เพื่อนๆ สามารถไปอาบน้ำแร่ได้ จุดแวะชมในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนและกิจกรรมน่าทำนั้นก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการไปต้มไข่ที่บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน เดินชมทัศนียภาพน้ำตกแจ้ซ้อนซึ่งมีทางเดินสะดวกสบาย จากนั้นก็ไปจบด้วยการอาบน้ำแร่เพื่อช่วยบำบัดความเมื่อยล้าของร่ายกาย แถมยังช่วยรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้อีกด้วย

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ สามารถขับรถไปตามเส้นทางหลักทางหลวงหมายเลข 1 กรุงเทพมหานครฯ นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก ลำปางได้เลย และจากตัวเมืองลำปางให้ขับรถไปตามถนนลำปาง-วังเหนือ ผ่านอำเภอแจ้ห่ม จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายที่สามแยกบ้านปงคอบ ขับรถต่อไปประมาณ 6 กิโลบนถนนแจ้ห่ม-เมืองปาน แล้วเลี้ยวขวาไปบนถนนข่วงกอม-ปางแฟน ประมาณ 11 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางประมาณ 3 กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : 093-137-5533

เวลาเปิด – ปิด : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. / เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 06.00 – 19.00 น.

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว : มิถุนายน – กุมภาพันธ์

ที่พัก : โรงแรม เดอะโคโคนัท, โรงแรมบีทู ลำปาง บูติค แอนด์ บัดเจ็ต และโรงแรมอื่นๆ ในจังหวัดลำปาง

7. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย

. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย . อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย . อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย . อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงอีกหนึ่งความท้าทายที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องการจะไปพิสูจน์ เพราะต้องเดินด้วยเท้าเป็นระยะทางกว่า 9 กิโลเมตรด้วยกัน แต่ว่าใครที่เคยไปมาก็ต่างบอกว่าเมื่อขึ้นไปถึงแล้วนั้นก็คุ้มค่ากับความเหนื่อยมากเหมือนกันในอุทยานแห่งชาติภูกระดึงนั้นมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นผาหล่มสัก ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกยอดฮิต น้ำตกวังกวาง ซึ่งจะมีความสวยงามมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน และสระอโนดาตซึ่งเป็นสระน้ำธรรรมชาติสวยงาม

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ สามารถนั่งเครื่องบินจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองไปลงยังท่าอากาศยานเลย โดยสามารถจองกับ AirAsiaGo ได้เลย และจากตัวเมืองเลยสามารถใช้เส้นทางเลย – ภูกระดึง ขับไปเรื่อยๆ ประมาณ 75 กิโลเมตรให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2019 ตรงเข้าไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตรก็จะถึงยังที่ทำการอุทยาน

จองตั๋วเครื่องบิน

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : (042)810-833

เวลาเปิด – ปิด :

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ยกเว้นเดือนมิถุนายน – กันยายน

ที่พัก : โรงแรมลาปลาซ, โรงแรมอินดีโก้ สเปซ และโรงแรมอื่นๆ ในจังหวัดเลย

8. อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์

8. อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์

ขอบคุณภาพจาก :https://thai.tourismthailand.org

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์

. อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ . อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีพื้นที่อยู่ที่อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร อุทยานแห่งชาติที่หลายคนอาจยังไม่เคยได้ยินชื่อแต่ความจริงแล้วเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ดีๆ นี่เอง เพราะอุทยานแห่งชาติแม่วงก์แห่งนี้มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์กว่าที่ไหนๆ และที่มีความอุดมสมบูรณ์มากก็เป็นเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำลำธารหลายแห่ง เช่น ห้วยคลองคลุงแม่น้ำแม่วงก์ ซึ่งจะไหลลงไปสู่แม่น้ำปิงและแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป นอกจากนั้นยังมีจุดชมวิวอันสวยงามมากมาย โดยจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดเรียกว่า จุดชมวิวช่องเย็น หากขึ้นไปอีกนิดหน่อยก็จะเจอจุดชมวิวภูสวรรค์ ที่มีความสวยงามดั่งชื่อภูสวรรค์จริงๆ มากไปกว่านั้นยังมีสัตว์ป่าหายากอีกมากมาย เช่น ช้างป่า แมวลาย เก้ง และนกบางชนิดที่สามารถพบได้แค่ไม่กี่ที่ในประเทศไทย เช่น นกกระเต็นขาวดำใหญ่ นกกางเขนดง เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมล่องแก่งที่แม่น้ำเรวาซึ่งมีความสนุกท้าทายเช่นเดียวกัน แต่หากใครชอบปีนเขาก็สามารถไปปีนเขากันได้ที่ยอดเขาโมโกจู ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ แต่เหมาะสำหรับคนที่ร่างกายพร้อมจริงๆเพราะทางค่อนข้างจะโหดพอสมควร

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ สามารถออกไปตามเส้นทางสายเอเชียไปยังจังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน เมื่อถึงแยกโค้งวิไลให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปสู่ทางหลวงหมายเลข 1242 ตรงไปประมาณ 40 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1072 ไปอีก 10 กิโลเมตรจะพบสี่แยกคลองลาน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนคลองลาน – อุ้มผาง ประมาณ 15 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ การขึ้นลงอุทยานนั้นจะแบ่งช่วงเวลาเป็นช่วงเวลาขึ้นกับช่วงเวลาลงให้หาข้อมูลก่อนที่จะเดินทาง

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท

เวลาเปิด – ปิด : 05.00 – 17.00 น.

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว : ตุลาคม – กุมภาพันธ์

ที่พัก : 42ซี เดอะชิค โฮเทล, โรงแรมเบเวอร์ลี่ ฮิลล์ปาร์ค และโรงแรมอื่นๆ ในจังหวัดนครสวรรค์

9. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน

9. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน 9. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน

9. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน 9. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน อุทยานแห่งชาติที่ใครๆ ต่างก็หลงรักในความเขียวขจีของภูเขาที่นี่ โดยมีจุดท่องเที่ยวที่โด่งดั่งอยู่หลายที่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นดอยเสมอดาว ที่อยู่ตรงลานกว้างตามสันเขา แค่ชื่อก็บอกได้แล้วว่าหากได้ขึ้นไปนอนข้างบนเราจะได้นอนท่ามกลางดวงดาว เปรียบเสมือนตัวเราก็อยู่ในหมู่ดวงดาวด้วย และจุดชมวิวผาหัวสิงห์ เป็นหน้าผาคล้ายสิงโตนอนหมอบ หากขึ้นไปข้างบนจะสามารถชมวิวได้ 360 องศา เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดในอุทยานแห่งชาติศรีน่านอีกด้วย

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ไปจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 17 เมื่อถึงพิษณุโลกให้เปลี่ยนเป็นทางหลวงหมายเลย 11 ก็จะผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดแพร่ จากนั้นเปลี่ยนเป็นทางหลวงหมายเลข 101 ก็จะไปถึงหวัดน่านได้ ส่วนตัวอุทยานแห่งชาติศรีน่านสามารถไปได้ตามทางหลวงหมายเลข 1083 ประมาณ 20 กิโลเมตรจากอำเภอนาน้อย

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 20 บาท / เด็ก 10 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : (054) 731714

เวลาเปิด – ปิด :

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว : สิงหาคม – กุมภาพันธ์

ที่พัก : โรงแรมเวียงแก้ว, โรงแรมสุขเกษม และโรงแรมอื่นๆ ในจังหวัดน่าน

10. อุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว

อุทยานแห่งชาติทับลาน-02

ขอบคุณภาพจาก :https://thai.tourismthailand.org

อุทยานแห่งชาติทับลาน-03

ขอบคุณภาพจาก :http://park.dnp.go.th

อุทยานแห่งชาติทับลาน-01

อุทยานแห่งชาติทับลาน-01

ขอบคุณภาพจาก :http://park.dnp.go.th

อุทยานแห่งชาติทับลาน อำเภอวังน้ำเขียว สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตใกล้กรุงเทพฯ แถมยังไปได้ง่ายจากกรุงเทพฯ บรรยากาศก็สวยงาม เป็นแหล่งโอโซนในประเทศไทย ยิ่งไปช่วงฤดูฝนยิ่งสวย เพราะเป็นฤดูที่ต้นไม้ใบหญ้าได้เบ่งบานกันอย่างเต็มที่ จุดท่องเที่ยวน่าสนในของวังน้ำเขียวก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็นผาเก็บตะวัน เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม ซึ่งถ้าไปช่วงฤดูฝนหากไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกเราก็จะได้เห็นหมอกแทน ฤดูฝนนี้สามารถเกิดหมอกได้ตลอดเวลาไม่ต้องรอเฉพาะตอนเช้าเท่านั้น จากนั้นก็สามารถไปเดินเล่นพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง แล้วไปถ่ายรูปกับทุ่งข้าวโพดอันกว้างใหญ่อลังการ แถมขากลับจะแวะไปเขื่อนลำตะคลอง เขื่อนเก็บน้ำท่ามกลางขุนเขาใหญ่ได้อีกด้วย

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางองครักษ์-นครนายก-ปราจีนบุรี ประมาณ 200 กิโลเมตรไปจนถึงสี่แยกบินบุรีใหม่แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 304 อีกประมาณ 55 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอวังน้ำเขียว

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 20 บาทเด็ก 10 บาท

เวลาเปิด – ปิด :

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว : พฤษภาคม – กุมภาพันธ์

ที่พัก : บ้านภูหลวงรีสอร์ท, วิลเลจฟาร์ม แอนด์ ไวน์เนอรี่ และโรงแรมอื่นๆ ในวังน้ำเขียว