อุบลราชธานีเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมลำดับต้นๆ ของภาคอีสาน ความมีเสน่ห์ของที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม รวมถึงความมีน้ำใจของคนอีสานบ้านเฮาที่ AirAsiaGo รับรองเลยว่าใครได้ไปเที่ยวที่นี่จะต้องติดใจอยากกลับไปอีกหลายๆ ครั้งอย่างแน่นอน วันนี้เรานำแพลนทริปเที่ยวอุบลราชธานี 48 ชั่วโมงมาฝากกัน 2 วันเต็มๆ ที่อุบลฯ จะกิน เที่ยวหรือช้อปแบบม่วนหลายที่ไหนได้บ้าง ตามไปดูกันเลย

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-03

จากกรุงเทพฯถึงอุบลราชธานีใช้เวลาการเดินทางโดยเครื่องบินเพียง 1 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น สะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งกว่ารอรถติดในกรุงเทพฯเสียอีก ก่อนอื่นเลยก็ต้องเข้าไปจองเที่ยวบินไปอุบลราชธานีที่เว็บไซต์ของ AirAsiaGo เราแนะนำให้เลือกเที่ยวบินเวลา 07.40 น. จะได้ไปถึงจุดหมายแต่เช้ามีเวลาเที่ยวกันได้เต็มอิ่มและถ้าใครที่อยากเที่ยวแบบเก็บให้ได้ครบทุกที่เราก็แนะนำให้เช่ารถขับจากที่สนามบินเลย ยิ่งไปกันหลายๆ คน ค่ารถค่าน้ำมันก็จะหารกันถูกขึ้น ลองเลือกเช่ารถกันได้ที่ thailand.airasiago.com มีตั๋วเครื่องบินแล้ว มีรถแล้วก็ออกเดินทางกันได้เลย

วันที่ 1

วันแรกเราจะถึงอุบลราชธานีเวลา 08.55 น. ไปถึงตอนเช้าก็ต้องหาข้าวเช้าทานกันก่อน อาหารเช้าขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือไข่กะทะและก๋วยจั๊บญวณนั่นเอง และร้านเด็ดในแพลนของเราก็คือ “ร้านสามชัยกาแฟ” ร้านอาหารเช้าเจ้าเก่าชื่อดังข้างจวนผู้ว่าที่เปิดขายมายาวนาน มาที่นี่ต้องลองไข่กะทะ ก๋วยจั๊บญวณและต้มเลือดหมูใบตำลึง ถ้าไปกันหลายคนอยากให้ลองสั่งทุกเมนูแล้วมาแชร์กัน ทานข้าวให้อิ่มแล้วตบท้ายด้วยชาหรือกาแฟรสชาติเข้มข้น รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน การเดินทางไปที่ร้านสามชัยกาแฟก็สะดวกสบาย จากตัวเมืองอุบลราชธานีให้ขับรถไปตามถนนผาแดง ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับศาลจังหวัดอุบลราชธานี หลังทุ่งศรีเมือง เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 04.30 – 14.00 น.

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-20

Credit Photo : http://www.opensnap.com

ท้องอิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ จากร้านสามชัยกาแฟให้ขับรถไปตามถนนชยางกูรแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนธรรมวิถีก่อนถึงตลาดหนองบัว สถานที่ท่องเที่ยวแรกในแพลนของเราก็คือ “วัดพระธาตุหนองบัว” ถ้าขับรถจากร้านสยามชัยกาแฟใช้เวลา 15 นาทีเท่านั้น

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-0011

วัดพระธาตุหนองบัวได้รับฉายาว่าเป็นพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์หนึ่งเดียวในภาคอีสาน ตัวพระธาตุได้รับการถอดแบบมาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดียและนำมาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแบบอีสานอย่างสวยงามกลมกลืน โดยพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ในวัดแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพระพุทธศาสนาเมื่อปี พ.ศ.2500 เริ่มต้นทริปด้วยการไหว้พระขอพรเป็นสิริมงคลกันก่อนเพื่อให้เป็นฤกษ์ชัยที่ดี วัดพระธาตุหนองบัวเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-07

สถานที่ต่อไปในทริปวันแรกของเราก็คือ “สามพันโบก” จากวัดพระธาตุหนองบัวให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 231 ขับตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2050 จากนั้นขับตามเส้น 2050 ไปเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2337 ตรงป้อมตำรวจห้วยยาง ขับตามเส้น 2337 ไปจนถึงวัดศิลาอำพา แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2112 ที่สี่แยกหลังจากวัดศิลาอำพา จากนั้นให้สังเกตป้ายบอกทางไปสามพันโบกซึ่งจะมีให้เห็นอยู่ตลอดทาง จากวัดพระธาตุหนองบัวถึงสามพันโบกใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง สามพันโบกเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของอุบลราชธานีและภาคอีสานที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด ที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองไทย” ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีความสวยงามแปลกตา เต็มไปด้วยแก่งหินและแอ่งหินรูปร่างต่างๆ เช่น รูปมิกกี้เมาส์ รูปดาว รูปหัวใจและรูปหินหัวสุนัข ซึ่งเกิดจากแรงน้ำวนที่กัดเซาะจนกลายเป็นแอ่งน้ำมากกว่า 3,000 แอ่ง ช่วงเวลาท่องเที่ยวสามพันโบกคือช่วงหน้าแลงหรือช่วงที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลง (จะอยู่ที่ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี) เพราะจะสามารถเดินเข้าไปชมแก่งหินและแอ่งหินต่างๆ ได้แบบเต็มที่

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-08 อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-05 อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-04

และใกล้ๆ กับสามพันโบกแบบล่องเรือไปได้ไม่กี่นาทีก็คือ “หาดหงส์” หาดทรายขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นเนินทราย เกิดจากการพัดพาของแม่น้ำและตะกอนทรายมาทับถมกัน หาดหงส์ได้รับฉายาว่า “ทะเลทรายเมืองไทย” เพราะมีบรรยากาศคล้ายๆ กับทะเลทรายทางตะวันออกกลางมาเที่ยวสามพันโบกก็เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเพราะได้เที่ยวทั้งแกรนด์แคนยอนเมืองไทยและทะเลทรายเมืองไทยไปพร้อมๆ กัน ทั้งสามพันโบกและหาดหงส์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. อย่างไรก็ตามควรเช็คระยะเวลาที่น้ำลดก่อนออกเดินทาง โดยสามารถเช็คได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์ 045-243770 หรือ 045-250714

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-02

เดินเที่ยวมาเหนื่อยๆ ก็แวะทานอาหารกันก่อน ใกล้ๆ กับสามพันโบก“ครัวสามพันโบก”จะเปิดให้บริการอาหารจากปลาน้ำจืด อาหารป่าและอาหารอีสานรสชาติจัดจ้าน นอกจากอาหารจะอร่อยได้รสชาติอีสานแบบเต็มที่แล้ว วิวของครัวสามพันโบกยังถือเป็นวิวหลักล้านอีกด้วย เพราะมองไปเห็นแก่งหินน้อยใหญ่ในสามพันโบกได้แบบพาโนรามา อาหารยอดฮิตของที่นี่ก็คือ ต้มยำปลาแม่น้ำโขง ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม และผัดฉ่าปลาคัง ครัวสามพันโบกจะเปิดให้บริการเวลา 10.00 – 18.00 น.ของทุกวันเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนเมษายนของทุกปี

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-19

Credit Photo :https://www.facebook.com/people/ครัวสามพันโบก-อุบลราชธานี/100003198875458

จากสามพันโบกเราจะกลับเข้าเมืองโดยขับรถย้อนกลับมาที่ทางหลวงหมายเลข 2050 ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงตลาดสันติสุข เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 231 ที่สามแยกแรกหลังจากผ่านตลาด จากนั้นขับตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 212 แล้วขับตามป้ายบอกทางไปตลาดหอมอุบล ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยามเย็นของเราในวันนี้ไปเดินเล่นที่ “ตลาดหอมอุบล” ตลาดนัดวัยรุ่นชิคๆ สำหรับช้อปปิ้งเสื้อผ้า ของใช้ ของกินหรือของที่ระลึกจากอุบลราชธานี ตัวตลาดตั้งอยู่ตรงข้ามธนาคารเกียรตินาคิน ถนนสุริยาตร์ ตกแต่งสวยงามร่มรื่มล้อมรอบด้วยต้นไม้ มีสนามหญ้าและลานกิจกรรมสำหรับดนตรีและการแสดงต่างๆ นอกจากจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งแล้วยังเป็นที่พักผ่อน พบปะสังสรรค์ยามค่ำคืนอีกด้วย ใครอยากช้อปเสื้อผ้า ของกินหรือของฝากก็มาช้อปที่นี่กันได้เลย

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-18

Credit Photo :https://www.facebook.com/Homubon2016

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-17

Credit Photo :https://www.facebook.com/PageUbon/

วันที่ 2

ทริปวันที่สองของเราจะเริ่มกันแต่เช้าตรู่ ออกเดินทางไปที่“ผาชนะได”ภูเขาสูงในอุทยานแห่งชาติผาแต้มเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น จากตัวเมืองอุบลราชธานีให้ให้ทางหลวงหมายเลข 217 ขับตรงไปเรื่อยๆ จนถึงห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสพิบูลมังสาหารแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2222 ขับไปจนถึงโรงเรียนห้วยสะคามแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2134 แล้วขับตามป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จากตัวเมืองใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-11

ความโดดเด่นของผาชนะไดก็คือเป็นจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นจุดแรกของประเทศไทย นอกจากจะได้รับแสงแรงของวันเป็นที่แรกแล้ว วิวจากผาชนะไดยังสวยงามมากอีกด้วย โดยวิวเบื้องล่างจะเป็นแม่น้ำโขงกั้นแบ่งระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว ส่วนวิวด้านบนระดับสายตาคือภูเขาฝั่งลาวเรียงรายสลับซับซ้อน ดูยิ่งใหญ่และสวยงาม

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-13

จากผาชนะไดเราก็จะเดินต่อไปที่ผาแต้ม ซึ่งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติผาแต้มเช่นเดียวกัน บริเวณหน้าผาด้านล่างของผาแต้มจะมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฎเรียงรายอยู่หลายภาพ โดยภาพสีเหล่านี้มีอายุไม่ต่ำกว่าสามถึงสี่พันปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ใครเป็นนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติบวกกับประวัติศาสตร์ก็เตรียมจดชื่ออุทยานผาแต้มไว้ในลิสต์เลย อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-12

จากอุทยานแห่งชาติผาแต้มเราจะไปต่อกันที่ “วัดถ้ำคูหาสวรรค์” ให้ขับรถเลียบแม่น้ำโขงไปตามทางหลวงหมายเลข 2112 ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็จะถึงวัดถ้ำคูหาสวรรค์ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี ตัววัดตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงริมแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถมองเห็น “แม่น้ำสองสี” จุดที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลไหลมารวมกันได้อย่างสวยงาม นอกจากทิวทัศน์แล้วภายในวัดยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น พระอุโบสถสีขาวที่แกะสลักลวดลายวิจิตรสวยงามในลักษณะเดียวกันกับวัดร่องขุ่นในเชียงราย ถ้ำคูหาสวรรค์ ถ้ำที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยไว้ด้านในอยู่หลายองค์ และศูนย์อนุรักษ์กล้วยไม้ไทยให้ได้เดินชมดอกกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์กันเพลินๆ วัดถ้ำคูหาสวรรค์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-16

Credit Photo :http://www.panoramio.com/photo/56097678

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-15

Credit Photo :https://www.holidayinvietnam.com/thailand/ubon-ratchathani/wat-tham-khuha-sawan

จากวัดถ้ำคูหาสวรรค์เราจะไปแวะพักผ่อนหย่อนใจและทานข้าวกลางวันบนแพริมน้ำกันที่ “เขื่อนสิรินธร” โดยให้ขับรถมาตามทางหลวงหมายเลข 2173 ซึ่งจะมีป้ายบอกทางไปเขื่อนสิรินธรตลอดทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที เขื่อนสิรินธรเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ทางภาคอีสาน ซึ่งมีให้บริการแพไว้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจและชมวิวทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน นอกจากนอนเล่นริมแพแล้วในเขื่อนสิรินธรยังมีชายหาดกว้างริมอ่างเก็บน้ำที่มีชื่อเรียกว่าพัทยาน้อยหรือทะเลอีสานใต้ไว้สำหรับลงเล่นน้ำในช่วงที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนสิรินธรลดลงต่ำอีกด้วย พักเอาขาแช่น้ำ ทานอาหารอร่อยๆ ที่แพก่อน รับรองว่าได้อิ่มทั้งท้องและอิ่มใจจากบรรยากาศดีๆ อย่างแน่นอน เขื่อนสิรินธรเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-0012อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-10

จากเขื่อนสิรินธรเราจะไปที่สถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายของทริปนี้คือ “วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว” จากเขื่อนสิรินธรจะมีป้ายบอกทางไปวัดสิรินธรวรารามภูพร้าวตลอดทางเพราะใช้เวลาในการขับรถแค่ประมาณ 15 นาทีเท่านั้น วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องปรากฎการณ์ต้นไม้เรืองแสงที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งเกิดจากภาพเรืองแสงสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ จิตรกรรมบริเวณด้านหลังของพระอุโบสถนั่นเอง จิตรกรรมต้นกัลปพฤกษ์นี้ถูกฉาบด้วยสารเรืองแสงที่เรียกว่าฟอสเฟอร์ ซึ่งสามารถดูดแสงในช่วงกลางวันไว้ได้ และเมื่อตกกลางคืนก็จะปรากฎเป็นต้นไม้เรืองแสงงดงาม นอกจากต้นไม้เรืองแสงแล้ว พระอุโบสถของที่นี่ก็ยังมีความสวยงามและโดดเด่นตามแบบสถาปัตยกรรมลาวอีกด้วย วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมภาพเรืองแสงมากที่สุดคือ 18.00 – 20.00 น.

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-09 อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-06

จากวัดสิรินธรวรารามภูพร้าวเราก็จะขับรถกลับเข้าเมืองกันโดยให้ขับตามทางหลวงหมายเลข 217 และป้ายบอกทางไป เมื่อผ่านค่ายทหารสรรพสิทธิประสงค์ให้เบี่ยงขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 24 แล้วเลี้ยวเข้าถนนชวาลานอก ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อมาปิดท้ายร้านอร่อยเมืองอุบลกันที่ “ร้านข้าวต้มสันติโภชนา” ร้านข้าวต้มชื่อดังที่เปิดขายคู่อุบลราชธานีมาเป็นระยะเวลานานกว่า 20 ปี การันตีความอร่อยทั้งจากคนอุบลเองและนักท่องเที่ยว เมนูแนะนำของร้านนี้คือ ปลาคังผัดเผ็ด ยอดฟักไฟแดง ปลากระพงนึ่งซีอิ๊วและส้มตำยอดมะพร้าว ร้านข้าวต้มสันติโภชนาเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 16.00 – 01.00 น.

อุบลราชธานี-สามพันโบก-ผาชนะได-อีสาน-14

Credit Photo :https://www.facebook.com/SantiPhochana

48 ชั่วโมงในอุบลราชธานี ได้ทั้งกิน เที่ยวและช้อปอย่างเต็มอิ่ม ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าทริปหน้าจะไปที่ไหน ลองแพลนทริปอุบลราชธานีแล้วไปตามรอย AirAsiaGo กันดู รับรองว่าจะติดใจเมืองใหญ่ทางอีสานแห่งนี้อย่างแน่นอน

โรงแรมแนะนำในอุบลราชธานี : โรงแรมสุนีย์แกรนด์, โรงแรมเอ็กเซลล่า, โรงแรมอื่นๆ ในอุบลราชธานี