เวียดนามใต้ปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวหลายคน เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย สามารถจัดเป็นทริปสั้นๆ จนไม่น่าเชื่อเลยว่ามีเวลาแค่ 4 วัน 3 คืน ก็สามารถเดินทางไปได้ทั้งโฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ โดยทริปนี้ AirAsiaGo ขอเริ่มต้นที่เมืองโฮจิมินห์ ไปยังดาลัดและจบที่มุยเน่ บอกเลยว่าเพื่อนๆ สามารถไปเที่ยวเก็บสถานที่สุดคูลโดยที่ไม่พลาดแลนด์มาร์กเด็ดๆ อย่างแน่นอน แถมยังใช้เงินไม่มากแค่หลักล้าน! แต่เป็นล้านดองเท่านั้นหรือไม่ถึงหมื่นบาทของเรานั่นเอง

การที่เราจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ อย่างแรกต้องเริ่มตั้งแต่การจองเครื่องบินราคาถูก ซึ่ง AirAsiaGo ก็มีโปรโมชั่นออกมาให้เพื่อนๆ ได้เลือกจองอยู่เป็นประจำ โดยในทริปนี้เราต้องบินไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต (Tan Son Nhat International Airport) โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีเท่านั้นเอง และเมื่อได้ตั๋วเครื่องบินแล้วก็ไปดูแพลนเที่ยวเวียดนามใต้ 4 วัน 3 ของเราเลย

วันที่ 1 – โฮจิมินห์

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป22

AirAsiaGo แนะนำให้เพื่อนๆ เลือกบินไฟล์ทเช้าที่สุด เพราะจะได้เที่ยวแบบเต็มวันและไม่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยวันแรกนั้นเราจะไปเที่ยวที่เมืองโฮจิมินห์หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าไซง่อน โฮจิมินห์เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ค่าครองชีพไม่สูงแถมยังเป็นเมืองที่สวยงาม เพราะในอดีตเคยเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ทำให้โฮจิมินห์เต็มไปด้วยอาคารสไตล์โคโลเนียล การออกแบบผังเมืองก็คล้ายกับประเทศทางฝั่งยุโรป มีลานกลางเมือง วงเวียน และอนุสาวรีย์มากมายในเมือง จนทำให้โฮจิมินห์ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองยุโรปแห่งเอเชียนั่นเอง การเดินทางภายในเมืองนั้นก็ง่ายดาย เพราะสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ได้ด้วยราคาไม่แพง หรือความจริงแล้วสถานที่แต่ละที่ก็ไม่ห่างไกลกัน เราสามารถเดินเอาได้ แถมประหยัดเงินอีกด้วย

• โบสถ์นอร์ทเธอดาม (Notre Dame Cathedral)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป21 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป19 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป31

จุดเช็คอินจุดแรกที่ห้ามพลาดเมื่อไปโฮจิมินห์ก็คือโบสถ์นอร์ธเธอดาม ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อมาก่อนแล้ว เพราะโบสถ์นอร์ธเธอดามที่โฮจิมินห์แห่งนี้ เป็นโบสถ์ที่สร้างจำลองวิหารนอร์ธเธอดามที่ปารีสนั่นเอง ซึ่งวัสดุในการก่อสร้างนั้นก็นำเข้ามาจากฝรั่งเศสทั้งหมด โดยตัวโบสถ์นั้นก่อสร้างด้วยอิฐสีแดงสวยงาม ดูร่มรื่นด้วยต้นไม้สีเขียวน้อยใหญ่ที่โอบล้อมบริเวณตัวโบสถ์ บริเวณหน้าโบสถ์รูปปั้นพระแม่มารีตั้งอยู่ หากใครอยากจะแวะมาถ่ายรูปก็สามารถมาได้ทุกวันทั้งกลางวันและกลางคืน แต่บริเวณภายในโบสถ์นั้นจะสามารถเข้าไปได้เฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าบริการ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันอาทิตย์

• ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Central Post Office)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป14 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป18

จากโบสถ์นอร์ธเธอดามเพื่อนๆ สามารถเดินไปยังไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ได้ ซึ่งเป็นอาคารสวยทรงโกธิคผสมผสานสไตล์โคโลเนียลฝรั่งเศสสีเหลืองสะดุดตา ได้รับการออกแบบโดย Gustave Eiffel หรือผู้ที่ออกแบบหอไอเฟลอันโด่งดังนั่นเอง โดยที่ทำการไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามแห่งนี้ นอกจากจะสามารถถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกแล้ว เรายังสามารถใช้บริการทางไปรษณีย์แบบครบวงจรได้ด้วย ทั้งขายแสตมป์ ส่งจดหมาย ใครอยากจะส่งโปสการ์ดสวยๆ กลับไปฝากคนที่บ้านก็สามารถส่งได้จากที่นี่เลย
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าบริการ
เวลาเปิด – ปิด : วันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่ 7.00 – 19.00 น. วันเสาร์ 7.00 – 18.00 น. วันอาทิตย์ 8.00 – 18.00 น.

• ศาลาว่าการนครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City Hall)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป35 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป32 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป29

จากไปรษณีย์กลางเดินข้ามถนนมาสองแยก เพื่อนๆ จะได้พบกับศาลาว่าการโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นอาคารสไตล์ยุโรปที่สวยที่สุดในโฮจิมินห์ ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อว่า Femand Gardes ในอดีตนั้นที่นี่เคยเป็นโรงแรมมาก่อนแต่หลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนมาเป็นศาลาว่าการนั่นเอง ตัวอาคารเป็นหอนาฬิกาตรงกลาง บริเวณด้านข้างทั้งสองด้านก็ขนาบด้วยอาคาร 2 ชั้น เป็นสถาปัตยกรรมเป็นสไตล์ฝรั่งเศส ซุ้มประตู หน้าต่างมีลักษณะโค้งมนประดับด้วยเสากรีก พร้อมแกะลายเนื้อปูนสวยงามตามสไตล์ยุโรปที่แท้จริง นอกจากนั้นบริเวณด้านหน้าอาคารยังมีสวน มีลานน้ำพุแสดง เพื่อนๆ สามารถมานั่งชมสีสันของโฮจิมินห์ยามค่ำคืนกันได้
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้าเนื่องจากเปิดให้ชมบริเวณด้านนอกเท่านั้น
เวลาเปิด – ปิด : จันทร์ – ศุกร์ 7.30 – 17.00 น.

• ร้าน Nha Hang Ngon

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป05 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป04 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป03

ขอบคุณภาพจาก :https://www.facebook.com/Nhahang.QuanAnNgon

เดินเที่ยวกันเหนื่อยๆ อยากทานอาหารเวียดนามแท้ๆ ต้องที่ร้าน Nha Hang Ngon แห่งนี้เลย เพราะเป็นร้านอันดับ 1 จากหลากหลายเว็บไซต์ เพราะอาหารอร่อย มีเมนูให้เลือกทานหลากหลาย แต่ละอย่างก็ได้กลิ่นอายความเป็นไซง่อนแท้ๆ นอกจากนั้นตัวร้านยังตกแต่งน่ารักด้วยตัวบ้านสีเหลืองดูโดดเด่น แถมร้านยังเปิดทุกวันตั้งแต่ 7.00 – 22.30 น. อยากจะแวะไปทานมื้อไหนก็ได้ หรือจะไปทานทุกมื้อเลยก็ไม่ว่ากันนะ
ไฮไลท์ : กุ้งพันอ้อย เส้นหมี่น้ำ ขนมเบื้องญวน เฝอ
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 7.00 – 22.30 น.

• พิพิธภัณฑ์นครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City Museum)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป37 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป36 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป12

ข้างๆ ติดกับศาลาว่าการนครโฮจิมินห์นั้นมีพิพิธภัณฑ์นครโฮจิมินห์ อาคารสไตล์โคโลเนียลสวยงามแห่งนี้ออกแบบโดย Alfred Foulhoux ซึ่งตัวพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารทรงยุโรปสองชั้นสวยงาม บนระเบียงชั้นสองสามสามารถขึ้นไปชมวิวได้ ภายในมีการจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของอดีตผู้นำของเวียดนาม นอกจากนั้นยังมีภาพวาดเก็บไว้กว่า 3,000 ภาพวาด รวมถึงโบราณวัตถุกว่าอีก 700 ชิ้นให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน
ค่าเข้า : 15,000 VND
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 7.30 – 18.00 น.

• ตลาดบินถั่น (Ben Thanh Market)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป27 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป28 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป02

ขอบคุณภาพจาก :http://www.noodlesoup.asia/Pho_2000

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป01

ขอบคุณภาพจาก :http://www.noodlesoup.asia/Pho_2000

มาถึงจุดนี้คงใช้เวลากันไปครึ่งค่อนวัน ใกล้จะตกเย็นกันแล้ว เราแนะนำให้เพื่อนๆ ไปใช้เวลาเดินเล่นช้อปปิ้งกันที่และหาอาหารทานกันที่ตลาดบินถั่น ซึ่งตลาดบินถั่นอยู่ใกล้กับจัตุรัสโฮจิมินห์ โดยมีหอนาฬิกาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้า เป็นตลาดที่ใครไปโฮจิมินห์ก็ต้องแวะไปช้อปเพราะมีสินค้าหลากหลายทั้งงานแฮนด์เมด ของเก่า เสื้อผ้า อาหาร รวมไปถึงของที่ระลึก ราคาก็ไม่แพงสามารถต่อราคาได้อีกด้วย แถมใกล้ๆ ตลาดยังมีร้านเฝอ 2000 ร้านเฝอชื่อดังของโฮจิมินห์ ที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บิล คลินตัน ก็เคยแวะมาทานเช่นกัน ราคาก็ไม่แพงเพียงชามละแค่ 50 บาทเท่านั้น
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าบริการ
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 7.00 – 23.00 น.

เท่านี้ภารกิจตามล่าหาอาคารยุโรปสวยๆ ของวันแรกในเวียดนามใต้ก็จบลงแล้ว หากใครอยากจะพักที่โฮจิมินห์ AirAsiaGo นั้นก็มีที่พักโฮจิมินห์มากมายราคา เริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน เช่น Oscar Saigon Hotel, Asian Hotel, โรงแรมและที่พักอื่นๆ ในโฮจิมินห์ สามารถเลือกพักกันได้ตามสะดวกเลย หรืออีกวิธีหนึ่งคือเพื่อนๆ สามารถนั่งรถบัสนอนได้ ซึ่งมีตั๋วราคาตั้งแต่ 250,000 VND ไปจนถึง 500,000 VND สามารถลองเดินถามโต๊ะทัวร์ในย่าน Pham Ngu Lao ได้เลย รถบัสนอนนั้นก็สะดวกสบาย สามารถนอนเหยียดได้ยาวๆ โดยรถบัสนอนนั้นพาเพื่อนๆ เดินทางประมาณ 6 – 7 ชั่วโมงจากเมืองโฮจิมินห์ไปสู่ดาลัดในตอนเช้า

วันที่ 2 – ดาลัด

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป10

วันที่สองเริ่มต้นวันกันที่ดาลัด สวิสเซอร์แลนด์เวียดนาม ปารีสตะวันออก หรือแล้วแต่ชื่อที่ใครหลายคนอยากจะเรียก ดาลัดนั้นเป็นเมืองที่มีอากาศหนาว มีกลิ่นอายของความเป็นยุโรปไม่แพ้โฮจิมินห์เลย เมืองดาลัดนั้นตั้งอยู่ในจังหวัดลามดง มีลักษณะเป็นภูเขา วิธีการเดินทางในเมืองนั้นส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเช่ามอเตอร์ไซค์หรือว่าจะนั่งแท็กซี่มิเตอร์ก็ได้เช่นเดียวกัน สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจก็มีมากมายทั้งธรรมชาติ อาคารสวย สถานที่แปลกตา ซึ่งวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเก็บกันให้ครบ!

• น้ำตกดาตาลลา (Datanla Waterfall)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป11 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป13 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป08

ที่แรกนั้นที่เราจะไปกันนั่นก็คือน้ำตกดาตาลลา (Datanla Waterfall) น้ำตกที่ขนาดไม่ใหญ่แต่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่ในขุนเขาท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ซึ่งวิธีการเดินทางนั้นเรียกก็น่าตื่นเต้น สนุกสนานมากๆ เพราะเราจะเริ่มตั้งแต่การนั่งกระเช้าขึ้นไปยังยอดเขา ราคาเที่ยวเดียวอยู่ที่ 50,000 VND ไปกลับอยู่ที่ 70,000 VND จากกระเช้าเพื่อนๆ สามารถเห็นวิวเมือง วิวเขาได้ด้วย ยิ่งตอนกระเช้าเคลื่อนผ่านป่าสนนั้นสวยงามมากๆ หรือจุดนี้ใครอยากจะให้รถขึ้นไปส่งด้านบนเลยก็ได้ หลังจากนั้นก็ต้องนั่งรถราง Roller Coaster ราคา 50,000 VND สุดเจ๋งไปตามรางจากจุดด้านบนลงมายังด้นล่าง น้ำตกจะเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามตลอดข้างทาง หรือหากใครอยากจะเดินลงไปก็ได้เช่นกัน
ค่าเข้า : 20,000 VND
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 7.30 – 17.00 น.

• ทะเลสาบซวนเฮือง (Xuan Huong Lake)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป16 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป09 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป30

ลงจากน้ำตกมาก็ไปนั่งชิลกันริมทะเลสาบขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยสวนสวยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งทะเลสาบซวนเฮืองเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองดาลัด ทั้งมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน วิ่งกันเป็นครอบครัว ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ก็สามารถไปเดินเล่น กินบรรยากาศกันได้ ช่วงดอกไม้บานก็มีพรรณไม้ให้ชมมากมาย บริเวณรอบๆ ทะเลสาบก็มีทั้งร้านอาหาร ร้านขนมบริการ
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้าชม
เวลาเปิด – ปิด : ตลอดทั้งวัน

• โบสถ์ไก่ (Dalat Cathedral)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป07 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป15 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป06

หลังจากเที่ยวชมธรรมชาติกันเต็มอิ่มแล้ว ช่วงบ่ายเราจะไปชมความสวยงามในเมืองดาลัดกัน โดยเริ่มต้นกันที่โบสถ์ไก่ (Dalat Cathedral) โบสถ์ใหญ่ที่สุดของเมือง ที่เรียกว่าโบสถ์ไก่ก็เพราะว่ามีรูปปั้นไก่อยู่บนยอดไม้กางเขนนั่นเอง เป็นอีกหนึ่งอาคารยุโรปสีชมพูทรงสวยที่ออกแบบและก่อสร้างโดยชาวฝรั่งเศส ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ ก็มาจากฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน และที่สวยงามขนาดนี้ก็เพราะใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 11 ปี สถานที่ตั้งก็ตั้งอยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นวิวสวยงามของเมืองดาลัดได้ทั้งทะเลสาบและเทือกเขาเลย
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้า
เวลาเปิด – ปิด : ตามเวลามีพิธีกรรมทางศาสนา (Mass) วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 05.15 น. และ 17.15 น. วันอาทิตย์ เวลา 05.15 น. 07.00 น. 08.30 น. 14.30 น. และ 16.00 น.

• วัดตั๊กลัม (Truc Lam Pagoda)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป23 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป25 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป24

ไปเที่ยวชมโบสถ์ตามสไตล์ยุโรปกันมาหลายที่แล้ว เปลี่ยนอารมณ์ไปวัดสไตล์ญี่ปุ่นบ้างดีกว่า เห็นแล้วคงรู้สึกได้ทันทีว่าเวียดนามนั้นช่างมีความหลากหลายจริงๆ ไปหนึ่งประเทศแต่ได้หลายอารมณ์ โดยวัดแห่งนี้มีชื่อว่าวัดตั๊กลัม วัดพุทธนิกายเซนแบบญี่ปุ่น นอกจากเราจะแวะไปไหว้พระขอพรกันแล้ว ยังสามารถไปชมความสวยงาม ความสะอาด ความมีระเบียบของวัดแห่งนี้ได้ โดยบริเวณรอบวัดจะมีสวนดอกไม้และธรรมชาติอันร่มรื่น นับว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของดาลัดเลยทีเดียว
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้า
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 – 17.00 น.

• ตลาดนัดตอนกลางคืน (Dalat Night Market)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป33 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป34 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป26

หากได้ไปดาลัดตรงกับวันเสาร์ – อาทิตย์ ตกกลางคืนเพื่อนๆ ก็สามารถไปเดินถนนคนเดินดาลัดซึ่งอยู่กลางใจเมือง ย่านโรงละครฮหว่าบิ่ญ (Hoa Binh theater) ในยามค่ำคืนได้ โดยจะมีทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นดาลัดออกมาหาอะไรทาน ช้อปปิ้ง หรือจะไปเดินเล่นชมบรรยากาศและสัมผัสความหนาวเย็นของอากาศเมืองดาลัดกันก็ได้ ซึ่งถนนคนเดินดาลัดแห่งนี้เป็นถนนคนเดินแห่งแรกในเวียดนาม และเป็นถนนคนเดินเพียงแห่งเดียวในดาลัดอีกด้วย
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้า
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่ 19.00 – 22.00 น.
ตกค่ำก็รีบเข้านอนเติมพลังกันให้เต็มที่ ก่อนที่จะต้องตื่นเช้าไปผจญภัยวันถัดไปที่มุยเน่ เมืองที่มีทั้งทะเลและทะเลทราย ส่วนที่พักในเมืองดาลัดนั้นก็มีหลากหลาย ทั้งที่พักดาลัดหรูๆ ที่พักดาลัดใกล้ชิดธรรมชาติ ที่พักดาลัดในเมือง ซึ่งหากให้เราแนะนำก็อย่างเช่น Ana Mandara Villas Dalat, Saigon Dalat Hotel, โรงแรมและที่พักอื่นๆ ในดาลัด

วันที่ 3 – มุยเน่

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป50

วันนี้เป็นวันที่ 3 เราจะไปเที่ยวมุยเน่ เมืองตากอากาศยอดฮิตของชาวเวียดนามกัน มุยเน่เป็นเมืองที่มีทั้งชายหาดและทะเลสวยงาม ร้านอาหารทะเลถูกๆ และรวมไปถึงทะเลทรายอีกด้วย! โดยการเดินทางจากดาลัดนั้นเพื่อนๆ สามารถขึ้นรถบัสจากดาลัดไปมุยเน่ได้เลย โดยรถบัสรอบแรกจะออกประมาณ 7.00 น. และจะไปถึงมุยเน่ประมาณ 12.00 น. ราคานั้นก็มีหลากหลายตั้งแต่ 200,000 VND ขึ้นไป สามารถจองผ่านโรงแรมของเพื่อนๆ ได้เลย เมื่อเดินทางไปถึงก็แนะนำว่าให้ซื้อทัวร์ช่วงบ่ายแล้วออกไปเที่ยวกัน

• เนินทรายขาว (Bau Trang White Sand Dunes)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป50 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป49 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป51

เนินทรายขาวเป็นเนินทรายสีขาวที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออก โดยมีทะเลสาบขนาดใหญ่ตั้งอยู่ข้างๆ นอกจากเราจะได้เที่ยวทะเลทรายแล้วที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ได้ทำทั้งขับ ATV เล่นสไลด์เดอร์ ขี่นกกระจอกเทศในคอก เดินย่ำทรายบนเนินทรายขาว แชะภาพเก๋ๆ ลงโซเชียล หรือเพื่อนๆ จะไปพายเรือในทะเลสาบ เดินเล่นบริเวณนั้นก็ได้เช่นกัน
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้า
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 06.00 – 18.00 น.

• เนินทรายสีแดง (Doi Cat Red Sand Dune)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป48 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป47 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป46

เนินทรายแดงนั้นจะตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเล ความสวยงามนั้นเรียกได้ว่ากินกันไม่ลงเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับเนินทรายขาว ยิ่งเวลาพระอาทิตย์ตกกระทบสะท้อนกับเม็ดทรายแล้ว ยิ่งเป็นภาพที่สวยงาม ควรค่าแก่การถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ใครอยากได้ภาพสวยๆ ก็นัดเพื่อนแต่งตัวตามธีมเก๋ๆ กันได้เลย
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้า
เวลาเปิด – ปิด : ตลอดทั้งวัน
ทัวร์ครึ่งวันกับ 2 ทะเลทรายก็จบลงไปแล้ว ตอนเย็นเราแนะนำให้เพื่อนๆ หาอาหารทะเลอร่อยๆ ราคาไม่แพงทานกัน หรือใครจะไปนั่งจิบเครื่องดื่ม ชมบรรยากาศริมทะเลก็ได้รับรองฟินจนไม่อยากกลับบ้านกันเลย ส่วนโรงแรมในมุยเน่แต่ละที่นั้นนอกจากจะราคาถูกแล้วยังมีให้เพื่อนๆ เลือกพักเพียบ เช่น Pandanus Resort, Lotus Village Resort Mui Ne, โรงแรมและที่พักอื่นๆ ในมุยเน่

วันที่ 4

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป45

ตื่นเช้ามาวันสุดท้ายเรายังอยู่กันที่มุยเน่ หากใครพักโรงแรมริมทะเลก็อาจใช้เวลาช่วงเช้าอยู่ที่โรงแรมให้คุ้ม ออกไปเดินเล่นริมชายหาด ลงไปเล่นน้ำกันให้ฟิน หรือทำกิจกรรมมันส์ๆ ริมชายหาด เช่น เจ็ทสกี เรือใบ หรือหากใครยังมีแรง ก็เรียกแท็กซี่หรือจะซื้อทัวร์ไปเที่ยวในมุยเน่กันก่อนกลับก็ได้

• ชายหาดมุยเน่

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป44 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป52 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป43

มุยเน่นั้นเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยม ไม่ใช่เพียงแค่เพราะทะเลทรายที่ดึงดูดให้เรามาเที่ยวที่นี่เท่านั้น แต่เพราะชายหาดและกิจกรรมทางทะเลอันสนุกสนานเราจึงได้เห็นผู้คนจำนวนมากออกมาทำกิจกรรม ทั้งเล่นไคท์เซิร์ฟ เรือใบ กระดานโต้คลื่น หรือจะเป็นกิจกรรมบนบก เช่น อาบแดด ก่อปราสาททราย ปิกนิก ซึ่งเพื่อนๆ ก็สามารถออกไปทำกิจกรรมได้เช่นเดียวกัน ราคานั้นก็ไม่แพงมากการเล่นไคท์เซิร์ฟ 1 ชั่วโมงอยู่ที่ประมาณ 800,000 VND – 1,000,000 VND
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้า
เวลาเปิด – ปิด : ตลอดทั้งวัน

• หมู่บ้านชาวประมงมุยเน่ (Fisherman Village)

โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป42 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป41 โฮจิมินห์-เวียดนาม-อาคาร-ยุโรป40

หมู่บ้านชาวประมงมุยเน่เป็นอ่าวจอดเรือที่พักของชาวประมง เพื่อนๆ สามารถมานั่งเรือชาวประมง ดูชาวบ้านจับปลา หรือจะไปเลือกซื้ออาหารทะเลสดๆ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก ก็มีครบ แถมราคายังถูกกว่าซื้อกินในย่านท่องเที่ยวมาก และยังรับประกันความสดแน่นอน เพราะพึ่งขึ้นมาจากทะเลกันเลย ที่นี่สามารถมาได้โดยการซื้อทัวร์ หรือจะให้มอเตอร์ไซต์มาส่ง แล้วนัดเวลามารับก็ได้เช่นเดียวกัน แถมทางผ่านก่อนถึงหมู่บ้านชาวประมงยังมี Red Canyon ให้เพื่อนๆ ได้แวะเที่ยวกันอีกด้วย มาที่เดียวได้ถึงสองเลย
ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้า
เวลาเปิด – ปิด : ตลอดทั้งวัน

หมดครึ่งเช้ากันแล้วก็กลับไปอาบน้ำแต่งตัวเก็บของ เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วไปขึ้นรถกลับโฮจิมินห์ได้เลย ซึ่งเพื่อนๆ สามารถขึ้นรถรอบ 13.30 น. กันได้ และจะไปถึงที่โฮจิมินห์ประมาณ 18.30 น. จากนั้นก็สามารถแวะทานอาหารขึ้นชื่ออย่างแหนมเนือง หรือเฝอหม้อไฟในตัวเมืองก่อนกลับ จากนั้นประมาณ 20.00 น. ก็มุ่งหน้าจากในตัวเมืองไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต (Tan Son Nhat International Airport) เพื่อกลับไทยไฟล์ทดึกกันได้เลย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับทริปเวียดนามง่ายๆ ใช้เวลาไม่มาก แต่ได้เที่ยวหลากหลาย ทั้งชมอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปอันงดงามที่โฮจิมินห์ เที่ยวเชิงธรรมชาติที่ดาลัด ทะเลทรายที่มุยเน่ มาทริปนี้ทริปเดียวมีรูปกลับไว้อัพอวดเพื่อนๆ กันได้รัวๆ ทั้งปี มาประเทศเดียวได้ครบแบบนี้บอกเลยว่าคุ้มสุดๆ