นอกจากเสื้อผ้า กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางแล้ว “ยารักษาโรค” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรพกติดตัวทุกครั้งเวลาออกเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกลนะคะ และนี่คือ Check List ยาที่ควรมีติดกระเป๋าไว้เวลาเดินทาง จากคำแนะนำของคุณหมอนักเดินทางตัวยงเจ้าของเพจ “หมอๆ ตะลุยโลก” ค่ะ

Check List ยาสามัญ

ยาแก้แพ้ (Anti-histamine)
• Lolatadine / Cetirizine
กินครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหาร ถ้ามีอาการ ทุก 6 ชั่วโมง
ยาแก้คัดจมูก (Decongestant)
• Phenylephrine (10)
กินครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหาร ถ้ามีอาการ ทุก 6 ชั่วโมง
ยาทาแก้แพ้
• 1% hydrocortisone cream
ทาในกรณีที่มีผื่นร่วมกับอาการแพ้ 2-3 ครั้ง/วัน
ยาแก้ไอ (ไอแบบมีเสมหะ)
• Bromhexine (8)
เวลาไอมีเสมหะ กินครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร 3 เวลา
ยาแก้ไอ (ไอแบบแห้งๆ)
• Dextrometrophan (15)
เวลาไอแห้งๆ กินครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร 3 เวลา
ยาระบายชนิดอ่อน
• Senna/Bisacodyl
กินก่อนนอนวันละ 1-2 เม็ด เวลาที่ท้องผูก
ยาแก้เมารถ เมาเรือ
• Dimenhydrinate (50)
ป้องกัน : กิน 1 เม็ด ก่อน 30-60 นาทีที่จะขึ้นรถ/เรือ/บิน
รักษา : กิน 1 เม็ดทุกๆ 6 ชั่วโมง ถ้ายังมีอาการ
ยาแก้ปวดหรือลดไข้
• Paracetamol (500)
กิน 1 เม็ด ทุก 6-8 ชั่วโมง
ยาแก้อักเสบ
• Diclofenac (25)
ปวดประจำเดือน ปวดกล้ามเนื้อ
กิน 1 เม็ด หลังอาหาร 3 เวลา (หลังอาหารเท่านั้น)
ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร
• Omeprazole (20)
กิน 1 เม็ดก่อนอาหาร วันละครั้ง
ยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด
• Simethicone (40)
กิน 1 เม็ดหลังอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น-ก่อนนอน
ยาแก้ปวดเกร็งบริเวณท้อง
• Buscopan (10)
• กิน 1 เม็ด หลังอาหาร 3 เวลา
• ห้ามใช้ถ้ามีถ่ายอุจจาระเป็นเลือด
ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน
• Domperidone (10)
กิน 1 เม็ด ก่อนอาหาร 3 เวลา
ยาแก้ท้องเสีย***
• Loperamide (2)
อ่านให้ดีก่อนทุกครั้ง ใช้ต่อเมื่อ มีครบทุกข้อ ตามนี้
• ใช้เมื่ออยู่ในระหว่างการเดินทางเท่านั้น เช่น ขึ้นรถไฟ/เครื่องบิน/รถบัส
• กิน 2 เม็ดทันที หลังจากนั้น 1 เม็ดถ้ายังไม่หยุด
• ห้ามกินเกินวันละ 8 เม็ด
• ห้ามใช้ถ้ามีถ่ายอุจจาระเป็นเลือดและไข้สูง***
ยาฆ่าเชื้อเวลาท้องเสีย***
• Ciprofloxacin (500)
• ORS (เกลือแร่)
อ่านให้ดีก่อนทุกครั้ง ใช้ต่อเมื่อ มีครบทุกข้อ ตามนี้
• มีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ > 3 ครั้ง/24 ชั่วโมง
• มีไข้ ปวดเกร็งท้อง ถ่ายเป็นเลือด คลื่นไส้อาเจียน
• กิน 1 เม็ดเช้า-เย็น หลังอาหาร ทั้งหมด 3 วัน
• เกลือแร่กินได้เรื่อยๆ ผสมกินแทนน้าเปล่า
• ยาทากันยุงกันแมลง เลือกชนิดที่มี DEET เป็นส่วนประกอบ ระหว่าง 20-50%
• พลาสเตอร์ปิดแผล
• เบตาดีนหรือแอลกฮอล์เช็ดแผล
• แอลกฮอลล์ไว้ล้างมือ มีทั้งแบบน้ำหรือแบบเจล
• สารละลายหรือเม็ดละลายทำให้น้ำสะอาด
(Water purification tablet)
• มีทั้งแบบที่เป็นคลอรีนเม็ดฟู่ หรือแบบที่เป็นสารละลายไอโอดีนไว้หยด
• ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย
• ห้ามแกะยาออกจากแผง • ควรใส่ไว้ในแผงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้
• บัตรประจำตัวการติดต่อญาติเวลาฉุกเฉิน • ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ การติดต่อเวลาฉุกเฉิน
• บัตรประจำตัวหมู่โลหิต • ควรรายงานทั้งแบบหมู่โลหิต A/B/AB/O/Rh
• ยาประจำตัว • สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว
ยาบางชนิดห้ามนำเข้าบางประเทศ • ต้องเช็คก่อนเสมอ ตัวอย่างเช่น
ญี่ปุ่น ห้าม Pseudoephedrine
ยุโรป ห้าม Codeine

ยากลุ่มพิเศษที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

ยาป้องกัน/รักษา Mountain sickness
• Acetazolamide (250)
• Dexamethasone (0.5)
(Dexamethasone 1 เม็ด มีหลายขนาด ตั้งแต่ 0.25, 0.5, 2 ,4 มิลลิกรัม ขึ้นกับแต่ละรพ.)
อ้างอิงจาก CDC Yellow book 2016
Acetazolamide ใช้ได้ทั้งป้องกันและรักษา
ป้องกัน ขนาด 125 mg ทุก 12 ชั่วโมง
• กินก่อนขึ้นเขตที่สูง 24 ชั่วโมง (ยังอยู่พื้นที่ราบ)
• กินต่อเนื่องทุกวัน ถ้ายังเดินทางสูงขึ้นเรื่อยๆ
• หลังจากเข้าสู่พื้นที่สูงแล้ว ถ้าความสูงไม่ได้เปลี่ยน ให้กินต่ออีก 2 วันแล้วหยุดได้
รักษา ขนาด 250 mg ทุก 12 ชั่วโมง
Dexamethasone ใช้ได้ทั้งป้องกันและรักษา
ป้องกัน ขนาด 4 mg ทุก 12 ชั่วโมง
รักษา ขนาด 4 mg ทุก 6 ชั่วโมง
ยากลุ่มนี้เป็นสเตียรอยด์ ห้ามซื้อมาทานเองโดยเด็ดขาด
ยาป้องกันมาลาเรีย (anti-malarial)
• Doxycycline (100)
• Mefoquine (250)
• Atovaquone-Proguanil (250/100)
อ้างอิงจาก CDC Yellow book 2016
• ใช้เมื่อต้องเดินทางเข้าพื้นที่ๆมีความเสี่ยงของการติดเชื้อมาลาเรีย เช่น ทวีปแอฟริกา
• ห้ามซื้อมากินเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากแต่ละพื้นที่ใช้ยาไม่เหมือนกัน

 

ยาเกือบจะทั้งหมดเป็นยาสามัญประจำบ้านที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ยกเว้นเพียงแต่ยาบางตัว เช่น ยาฆ่าเชื้อสำหรับท้องเสีย (บางยี่ห้อ) ยาสำหรับไปบริเวณที่ภูเขาสูง และยาต้านมาลาเรียที่ต้องไปหาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำก่อนทุกครั้งเท่านั้นค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก :

หมอๆ ตะลุยโลก https://www.facebook.com/Worldwantswandering