“ญี่ปุ่น” เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ทุกภูมิภาคตั้งแต่เหนือจรดใต้ ซึ่งถ้าหากอยากเดินทางไปเที่ยวหลายที่ ก็อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่อนข้างสูง แต่ก็มีตัวช่วยประหยัดค่าเดินทางได้ ด้วยการซื้อตั๋ว JR Pass ซึ่งมีหลายประเภท หลายราคา โดยจะต้องซื้อให้เหมาะสมกับแผนการเดินทาง ก็จะช่วยประหยัดเงินค่าเดินทาง ให้เหลือเก็บไว้ช็อปปิ้งได้อีกหลายบาทเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลสำคัญของเจ้าตั๋ว JR Pass มาให้ศึกษากันดู ดังนี้

Credit Photo :http://toeuropeandbeyond.com

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการซื้อตั๋ว-JR-Pass04

Credit Photo :http://www.japanrailpass.net/th

JR Passคือ

JR Pass คือ ตั๋วสำหรับเดินทางในประเทศญี่ปุ่นแบบไม่จำกัดเที่ยว โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ตั๋วสำหรับเดินทางทั่วประเทศ และตั๋วที่ใช้เฉพาะในแต่ละภูมิภาค โดยตั๋ว JR Pass บางประเภทจะจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น

ซึ่งสามารถใช้ได้กับรถไฟ JR ได้แก่

  1. ชินคันเซ็น (Shinkansen) เกือบทุกสาย
  2. รถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express)
  3. รถไฟด่วน (Express)
  4. รถไฟเร็ว (Rapid Train)
  5. รถไฟธรรมดา (Rapid Train)
  6. BRT บางขบวน
  7. โตเกียวโมโนเรลล์ (Tokyo Monorail)
  8. รถไฟสายอะโอะอิโมะริ (ระหว่างอะโอะโมะริ – ฮะชิโนะเฮะ) (แต่ใช้กับรถไฟธรรมดาและรถไฟเร็วได้ เฉพาะกรณีแล่นผ่านระหว่างฮะชิโนะเฮะ – อะโอะโมะริ , ระหว่างอะโอะโมะริ – โนะเฮะจิ และระหว่างฮะชิโนะเฮะ – โนะเฮะจิ ยกเว้น อะโอะโมะริ – โนะเฮะจิ – ฮะชิโนะเฮะ)
  9. รถไฟ IR อิชิคะวะ (Ishikawa) บางช่วง
  10. รถไฟ ไอโนะคะเซะโทะยะมะ (Ainokaze Toyama) บางช่วง
  11. รถบัส บริษัท JR Bus (JR Hokkaido Bus, JR Bus Tohoku, JR Bus Kanto, JR Tokai Bus, West Japan JR Bus, Chugoku JR Bus, JR Shikoku Bus, JR Kyushu Bus)
  12. เรือเฟอร์รี่ (R Miyajima ferry) ที่อยู่ภายใต้การดูแลในเครือ JR อีกด้วย

แต่ไม่สามารถใช้ได้กับ

  1. รถไฟโนโซมิ (Nozomi) และรถไฟมิซูโฮะ (Mizuho),
  2. รถไฟสายอะโอะอิโมะริ ยกเว้นสถานีอะโอะโมะริ – โนะเฮะจิ – ฮะชิโนะเฮะ และไม่รวมกรณีลงรถไฟที่สถานีอื่นนอกเหนือรถไฟสายอะโอะอิโมะริ ในช่วงระยะดังกล่าว
  3. รถไฟ IR อิชิคะวะ ยกเว้น ระยะทางซึ่งไม่รวมคะนะซะวะ – ซึบะตะ หรือไม่รวมกรณีลงรถไฟที่สถานีอื่นนอกเหนือรถไฟสาย IR อิชิคะวะที่เกินจากช่วงระยะดังกล่าว
  4. รถไฟ ไอโนะคะเซะโทะยะมะ ยกเว้นระยะทางซึ่งไม่รวมโทะยะมะ – ทะคะโอะกะ หรือไม่รวมกรณีลงรถไฟที่สถานีอื่นนอกเหนือรถไฟสายไอโนะคะเซะโทะยะมะที่เกินจากช่วงระยะดังกล่าว
  5. เรือ Jetfoil ฮะคะตะ – ปูซาน (เกาหลี)
  6. เรือความเร็วสูง JR คิวชู

คุณสมบัติของผู้ใช้

  1. เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ได้ถือสัญชาติญี่ปุ่นและมีวีซ่าประเทศญี่ปุ่นประเภท Temporary Visitor โดยจะต้องเข้าประเทศญี่ปุ่นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว แบบ “การพำนักระยะสั้น” ระยะเวลา 15 วัน หรือ 90 วันเท่านั้น ซึ่งเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จะประทับตราคำว่าการพำนักระยะสั้น ลงในพาสปอร์ต จึงจะเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ใช้ JR Pass ได้ หากเข้าประเทศญี่ปุ่นด้วยสถานภาพ การฝึกงาน,งานแสดงต่างๆ และการเข้าประเทศอีกครั้ง ก็ไม่สามารถใช้ JR Passได้เช่นกัน
  1. ผู้ที่ถือสัญชาติญี่ปุ่นซึ่งพักอาศัยในต่างประเทศ โดยจะต้องอยู่ในเงื่อนไข ดังนี้
    • ถือสิทธิ์พำนักที่ต่างประเทศเป็นการถาวร
    • สมรสกับชาวต่างชาติและพำนักที่ประเทศนั้นๆ เป็นการถาวร

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการซื้อตั๋ว-JR-Pass06

ประเภทและราคา

JR Pass แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ Pass สำหรับเดินทางทั่วประเทศ และ Pass ที่ใช้เฉพาะในแต่ละภูมิภาค ดังนี้

  1. Pass สำหรับเดินทางทั่วประเทศ : JR Rail Pass

เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามภูมิภาค โดยมีระยะเวลาให้เลือก แบบ 7 วัน, 14 วัน และ 21 วัน

ซึ่งแบ่งออกเป็น

  • Ordinary (รถไฟชั้นธรรมดา) ซึ่งจะสามารถนั่งได้เฉพาะชั้นธรรมดา หากต้องการอัพเดทไปนั่งชั้น 1 ก็สามารถทำได้ แต่ค่าใช้จ่ายส่วนต่างจะค่อนข้างสูง
การแบ่งประเภท ผู้ใหญ่ เด็ก
แบบ 7 วัน 29,110 JPY 14,550 JPY
แบบ 14 วัน 46,390 JPY 23,190 JPY
แบบ 21 วัน 59,350 JPY 29,670 JPY
  • Green (รถไฟชั้น1) รถไฟจะกว้างและสะดวกสบายกว่าชั้นธรรมดา ซึ่งผู้ที่ซื้อตั๋วแบบ Green จะสามารถนั่งได้ทั้งแบบที่นั่งชั้น 1 และที่นั่งธรรมดา
การแบ่งประเภท ผู้ใหญ่ เด็ก
แบบ 7 วัน 38,880 JPY 19,440 JPY
แบบ 14 วัน 62,950 JPY 31,470 JPY
แบบ 21 วัน 81,870 JPY 40,930 JPY
  1. Pass ที่ใช้เฉพาะในแต่ละภูมิภาค

เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวอยู่ภายในภูมิภาคนั้นๆ โดยจะมีให้เลือกระยะเวลาแบบ 2, 3, 4 หรือ 5 วันติดต่อกัน ซึ่งสามารถซื้อได้ทั้งจากเอเจนซี่ท่องเที่ยวก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่นแล้วนำ Exchange Order มาแลกเป็นบัตรแข็ง หรือซื้อตามเอเจนซี่ท่องเที่ยว JR ในสถานีรถไฟของแต่ละภูมิภาค, สนามบิน, และจากอินเตอร์เน็ต โดยจะแบ่งประเภท Pass ที่ใช้เฉพาะในแต่ละภูมิภาคออกเป็น

  • JR EAST PASS (Tohoku area) : ใช้สำหรับภูมิภาคคันโต (Kanto) และโทโฮคุ (Kanto,Hotoku) เช่น อาโอโมริ (Aomori), เซ็นได (Sendai) รวมทั้ง นิกโก้ (Nikko)
  • JR EAST PASS ((Nagano,Niigata area) : ใช้ในจังหวัดนากาโน่ (Nagano ) และนิกาตะ (Niigata) และแถบโชไน (Shonai ) ของจังหวัดยามากาตะ (Yamakata) ซึ่งจะมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง อย่างเช่น เมืองโคะโมะโระ (Komoro), สวนโคะโมะโระไคโคเอ็น (Komoro Kaikoen),วัดเซ็นโคจิ (Zenkoji Temple), ศาลเจ้าอะคะกิ (Akagi Shrine)
  • JR TOKYO wide pass : ใช้สำหรับภูมิภาคคันโต (Kanto) เช่น ในเมืองโตเกียว,เมืองต่างๆ รอบโตเกียว และสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในภูมิภาคคันโต ได้แก่ ชิบะ (Chiba), โยโกฮาม่า (Yokohama), ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji), อิสุ (Izu),คารุซาว่า (Karuizawa), นิกโก้ (Nikko), นากาโนะ (Nagano), คามะคุระ (Kamakura), สนามบินนาริตะ (Narita Airport), สนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) เป็นต้น
  • JR WEST RAIL PASS : ใช้สำหรับภาคตะวันตก เช่น คันไซ (Kansai), ฮิโรชิม่า (Hiroshima), ฮากาตะ (Hakata) และอื่นๆ
  • FLEX JAPAN Tourist Pass : ใช้สำหรับภาคกลาง เช่น ทาคายาม่า (Takamaya), คุมาโน่ (Kumano), ชิราคาวะโกะ (Shirakawa-go) และอื่นๆ
  • JR Kyushu Rail Pass : ใช้สำหรับภูมิภาคคิวชู (Kyushu) ได้ทั้งหมด เช่น ฟุกุโอกะ (Fukuoka), คาโกชิม่า (Kagoshima), คุมาโมโต้ (Kumamoto), โออิตะ (Oita), นางาซากิ (Nagasaki), มิยาซากิ (Miyazaki), เปปปุ (Beppu) เป็นต้น
  • Hokkaido Rail Pass : ใช้สำหรับภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido) ได้ทั้งหมด เช่น วักคานาอิ (Wakkanai), อาซาฮิคาวะ (Asahikawa), อะบาชิริ (Abashiri), เนะมุโระ (Nemuro), คุชิโระ (Kushiro), ฟุระโนะ (Furano), ซัปโปโร (Sapporo), โอตารุ (Otaru), โอะบิฮิโระ (Obihiro), ซามานิ (Samani), ฮาโกดาเตะ (Hakodate) เป็นต้น
  • ALL SHIKOKU Rail Pass : ใช้สำหรับภูมิภาคชิโคกุ (Shikoku) ได้แก่ โทคุชิมะ (Tokushima), คางาวะ (Kagawa), เอฮิเมะ (Ehime), โคจิ (Kochi) ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด เช่น น้ำพุร้อนโดโงะ (Dogo Hot Spring), นาโอชิมะ(Naoshima), น้ำวนนารูโตะ(Naruto Whirlpools, หุบเขาอิยะ (Iya Valley) เป็นต้น

การซื้อ

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการซื้อตั๋ว-JR-Pass03 

Credit Photo :http://nosikot.livejournal.com/3913694.html

สำหรับนักท่องเที่ยว จะต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อหา Pass ที่เหมาะสมกับโปรแกรมการเดินทาง จากนั้นให้ไปซื้อ Pass จากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยต้องแสดงพาสฟอร์ตด้วย เมื่อชำระเงินเสร็จสิ้น ก็จะได้รับ Exchange Order หรือ ตั๋วชั่วคราว เพื่อนำไปแลกเป็น JR Pass หรือบัตรแข็งที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง

ตัวแทนจำหน่าย JR Pass : www.japanrailpass.net

การแลกตั๋ว JR Pass

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการซื้อตั๋ว-JR-Pass02

Credit Photo :http://loyaltylobby.com/2017/05/19/fabulous-fridays-japan-rail-pass

Exchange Order ที่ได้รับจากเอเจนซี่หลังซื้อตั๋วก่อนเดินทางมายังประเทศญี่ปุ่น จะยังไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะแลกเป็น JR Pass ตัวจริง จากสถานีรถไฟหลักของ JR รวมถึงสนามบินของประเทศญี่ปุ่น โดยจะต้องแสดง Exchange order และ พาสปอร์ตต่อเจ้าหน้าที่ จากนั้นสามารถเลือกวันเริ่มต้นใช้งาน JR Pass ได้ ภายในระยะเวลา 1 เดือน หลังจากวันที่ได้รับ JR Pass ตัวจริง

สถานที่แลก JR Pass : www.japanrailpass.net

การจองที่นั่ง

สามารถใช้ตั๋ว JR Pass เพื่อขึ้นรถไฟ JR ในขบวนที่มีตู้แบบ Non-Reserve Seat ได้เลย หากมีที่นั่งว่าง แต่ก็สามารถจองที่นั่งล่วงหน้าสำหรับรถไฟได้เช่นกัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งขบวนที่ควรจองที่นั่งก่อนเดินทาง เผื่อที่นั่งเต็มได้แก่ ขบวนที่เดินทางไกลข้ามเมืองหรือภูมิภาค,ชินคันเซ็น, Narita Express และรถไฟที่ออกเดินทางกลางคืนบางขบวน โดยสามารถทำการจองที่นั่งล่วงหน้าผ่านเคาเตอร์ JR ticket office ล่วงหน้า 1 วัน ซึ่งจะต้องเลือกช่วงเวลาและเส้นทางที่ต้องการเดินทาง แต่ถ้าหากถึงเวลาเดินทาง ไม่สามารถไปทันขบวนรถไฟที่จองไว้ ต้องรอขบวนใหม่และนั่งตู้แบบ Non-Reserve หรือสำรองที่นั่งใหม่

การใช้งาน

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการซื้อตั๋ว-JR-Pass05

นักท่องเที่ยวที่ถือตั๋ว JR Pass จะไม่สามารถใช้ประตูอัตโนมัติได้ โดยจะต้องเดินผ่านประตูด้านข้าง และแสดง JR Pass พร้อมกับพาสปอร์ตแก่เจ้าหน้าที่

การนับวันหมดอายุของตั๋ว

  1. Exchange Order จะต้องนำมาแลกเป็น JR Pass 90 วันหลังจากวันที่ซื้อ แต่ถ้าหากนำมาแลกเป็น JR Pass ไม่ทัน สามารถนำไป Refund ขอเงินคืนได้ภายใน 1 ปี หลังจากวันที่ซื้อ โดนจะได้เงินคืน 90% จากราคาตั๋ว
  2. JR Pass จะหมดอายุตามที่ระบุไว้ในตั๋ว โดยจะนับเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเทียงคืน เช่น เริ่มต้นใช้งานวันแรกตอน 10.00 น.จะหมดอายุเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 7 ซึ่งหากเวลาเที่ยงคืนของวันสุดท้ายยังนั่งอยู่บนรถไฟ ก็สามารถนั่งไปจนถึงปลายทางได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนขบวนระหว่างทางได้

เงื่อนไขการใช้

  1. JR Pass จะระบุ ชื่อผู้ใช้ สัญชาติ หมายเลขพาสปอร์ต จึงไม่สามารถใช้แทนกันได้
  2. จะต้องแสดงพาสปอร์ต คู่กับ JR Pass แก่เจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการซื้อตั๋ว-JR-Pass07

สำหรับการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น สามารถนั่งเครื่องบินไปลงไปที่สนามบินใกล้กับเมืองที่ต้องการ จากนั้นสามารถนั่งรถไฟเข้าเมืองได้ โดยสามารถแลก Exchange Order เป็น JR Pass ที่สนามบินแล้วนั่งรถไฟเข้าเมืองได้เลย

จองตั๋วเครื่องบิน

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Shinjuku Washington Hotel Main, HOTEL MYSTAYS PREMIER Akasaka, โรงแรมและที่พักอื่นๆ ในญี่ปุ่น

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการซื้อตั๋ว-JR-Pass08

รถไฟ Genbi Shinkansen

Credit Photo :https://asoview-news.com/article/7508

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการซื้อตั๋ว-JR-Pass09

รถไฟ Narita Express (N’EX)

Credit Photo :http://www.jreast.co.jp/e