แม้กาลเวลาจะล่วงเลยไป จนทำให้เมืองที่เคยรุ่งเรืองในอดีตถูกลดบทบาทในการเป็นเมืองท่าที่สำคัญลงไป แต่ในปัจจุบันที่นี่ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพราะนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่โหยหาวัฒนธรรมดั้งเดิมในอดีตที่แฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ และการได้ใช้เวลาในช่วงสั้นๆ ของวันพักผ่อนไปกับวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ได้เดินทางมาสร้างสีสัน ปลุกเมืองท่าที่สลบไสล ให้ฟื้นตื่นขึ้นมามีชีวิตชีวา และคึกคักจนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของมาเลซียอีกครั้ง สำหรับวันนี้เราจะพาไปเสพศิลป์และเยือนถิ่นเมืองเก่าแห่งนี้กัน “ปีนัง” ประเทศมาเลเซีย

เยือนถิ่นเมืองเก่า “ปีนัง” สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งเมืองศิลป์

• รู้จัก “ปีนัง”

“ปีนัง” ในอดีตได้ฉายาว่าไข่มุกแห่งเอเชีย มีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศมาเลเซีย จึงได้รับเอาวัฒนธรรมจากต่างชาติที่มาค้าขายผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเอง เกิดเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ ทั้งชีวิตความเป็นอยู่รวมถึงสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนที่จะได้เห็นเด่นชัดก็คือ จอร์จทาวน์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐปีนังที่วันนี้เต็มไปด้วยผลงานศิลปะแบบ Street Art ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเดินเล่นชมเมืองเก่า และเก็บภาพความประทับใจเก๋ๆ กับศิลปะที่แฝงอยู่ตามอาคารบ้านเรือน และนำไปเผยแพร่สู่สายตาคนทั่วโลก จนทำให้ที่นี่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO เมื่อปี 2008

• สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

1.จอร์จทาวน์ (George Town)

เยือนถิ่นเมืองเก่า “ปีนัง” สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งเมืองศิลป์

เมืองหลวงของรัฐปีนัง และกลายมาเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวน่ารักๆ เพราะเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนสไตล์ชิโน-โปรตุกีส และงานศิลปะเจ๋งๆ แบบ Street Art ตามกำแพงจากฝีมือศิลปินรุ่นใหม่หลายคนจนกลายเป็นเสน่ห์ของที่นี่ไปโดยปริยาย ภาพวาดชื่อดังของที่นีก็มีอยู่หลายภาพเช่น Boy on Chair, Kungfu Girl และการ์ตูนสีสันสดใสอื่นๆ ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง สำหรับวิธีการชม Street Art ของปีนังนั้นก็มีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นปั่นจักรยาน นั่งสามล้อ หรือเดิน แต่วิธีการเดิน นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังได้ใกล้ชิดวิถีชีวิตของชาวปีนังอีกด้วย

2.คฤหาสน์เฉิงฟัตเจ๋อ (Cheong FattTze Mansion)

เยือนถิ่นเมืองเก่า “ปีนัง” สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งเมืองศิลป์

คฤหาสน์แบบจีนผสมผสานกับความเป็นยุโรป โดดเด่นด้วยสีฟ้าเข้มสะดุดตา ตั้งอยู่บนถนน Leith ในจอร์จทาวน์ ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือช่างชาวจีน ในปี 1880 เพื่อเป็นที่พักของเฉิงฟัตเจ๋อ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในช่วงที่มีการจัดตั้งช่องแคบปีนัง ตัวคฤหาสน์ถูกตกแต่งด้วยงานฝีมือหลากหลายประเภท เช่น งานไม้แกะสลักของจีน หน้าต่างเกล็ดแบบโกธิค ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบและกระจก งานหล่อเหล็กแบบสก็อต และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือถูกสร้างตามหลักฮวงจุ้ยตามความเชื่อของชาวจีน ที่นี่ประกอบไปด้วยห้องทั้งหมด 38 ห้อง บันไดอีก 7 จุด และหน้าต่างที่มากถึง 220 บานเลยทีเดียว ซึ่งที่นี่จะเก็บค่าเข้าชม 20 RM และเปิดทำการทุกวัน เวลา 11.00 – 12.00, 14.00 – 15.00, 15.30 – 16.30 น.

3.ปีนังฮิลล์ (Penang Hill)

เยือนถิ่นเมืองเก่า “ปีนัง” สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งเมืองศิลป์

ยอดเขาที่สูงที่สุดในปีนัง มีอีกชื่อเรียกในภาษามาเลเซียว่า บูกิต เบนดารา (Bukit Bendara) สูงจากระดับน้ำทะเล 833 เมตร ด้านบนมีจุดชมวิวรัฐปีนังที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก เรียกได้ว่าเป็นมุมดีที่สุดในการเก็บภาพรัฐปีนังในยามค่ำคืน ซึ่งนักท่องเที่ยวนั้นสามารถขึ้นไปบนยอดเขาได้ด้วยเคเบิ้ลคาร์ที่มีระยะทางทั้งหมด 1,966 เมตร สร้างด้วยฝีมือบริษัทรถรางสัญชาติสวิส สนนราคาค่าโดยสารไป-กลับอยู่ที่ 30 ริงกิต หรือประมาณ 300 บาท ส่วนเวลาให้บริการเคเบิ้ลคาร์เพื่อขึ้นสู่ยอดเขาจะเปิดทุกวัน ในเวลา 06.30 – 23.00 น.

4.บาตูเฟอรินกิ (Batu Ferringhi)

เยือนถิ่นเมืองเก่า “ปีนัง” สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งเมืองศิลป์

บาตูเฟอรินกิ (Batu Ferringhi) เป็นชายหาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของปีนัง ตั้งอยู่แถบตะวันตกเฉียงเหนือของจอร์จทาวน์ เต็มไปด้วยรีสอร์ทสุดหรูเรียงรายตามชายหาด กิจกรรมกีฬาทางน้ำในช่วงกลางวันหลักๆ ของชายหาดที่นี่ก็จะมีตั้งแต่พาราเซลลิ่งหรือเรือลากร่ม, เจ็ทสกี, บานาน่าโบ๊ท ส่วนช่วงกลางคืนก็จะมี Night Market เรียงรายยาวไปตามถนน สินค้าที่มีขายก็จะมีทั้งอาหารพื้นเมือง สินค้าพื้นเมือง สินค้าที่ระลึก งานแฮนด์เมด และยังมีสาธิตงานศิลปะและวาดผ้าบาติกด้วย

5.พิพิธภัณฑ์กล้องถ่ายรูป (Camera Museum)

เยือนถิ่นเมืองเก่า “ปีนัง” สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งเมืองศิลป์

Credit Photo :https://www.facebook.com/PenangCameraMuseum

พิพิธภัณฑ์กล้องถ่ายรูปแห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนน Lebuh Muntri เปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่ปี 2003 จะมีทั้งส่วนของพื้นที่จัดแสดงกล้องถ่ายรูป และสิ่งของต่างๆ เกี่ยวกับการถ่ายรูป และอีกส่วนคือร้านกาแฟที่มีจุดเด่นน่ารักๆ คือการเลือกใช้แก้วกาแฟเป็นรูปเลนส์กล้อง สำหรับส่วนของการจัดแสดงนั้น ก็จะมีให้ชมกันทั้งกล้องถ่ายรูปโบราณ กล้องของเล่น กล้องกระดาษ กล้องหายาก กล้องของนักสืบ ประวัติความเป็นมาของกล้อง รวมถึงห้องมืดที่ใช้ล้างรูปก็มีให้ได้เดินเข้าไปชมด้วยเช่นกัน สำหรับค่าเข้าชมสถานที่ก็จะอยู่ที่ 20 ริงกิต หรือประมาณ 200 บาท เปิดทำการทุกวัน เวลา 09.30 – 18.30 น.

สำหรับการเดินทางไปปีนัง สามารถบินตรงไปจากประเทศไทยและลงที่สนามบินปีนัง (Penang International Airport) ได้เลย และเข้าเมืองด้วย Taxi หรือรถเมล์ที่จอดอยู่หน้าอาคารผู้โดยสารก็มีให้บริการหลายสาย เช่น 102, 401, 401E ส่วนการเดินทางในรัฐปีนังที่สะดวกและประหยัดคือการนั่งรถเมล์ ซึ่งมีทริคอยู่อย่างหนึ่งสำหรับรถเมล์ที่นี่ คือควรเตรียมเงินค่าโดยสารให้พอดี เพราะรถเมล์ที่นี่จะไม่ทอนเงิน

จองตั๋วเครื่องบิน

สำหรับโรงแรมและที่พักใกล้เคียง เช่น Eastern And Oriental Hotel, Armenian Street Heritage Hotel, Royale Chulan Penang