ลมฝนผ่านไป ลมหนาวก็ผ่านมา ใกล้จะถึงฤดูหนาวอีกแล้ว เพื่อนๆ หลายคนคงกำลังมองหาที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาดช่วงหน้าหนาว วันนี้ AirAsiaGo มีสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวมาแนะนำเพื่อนๆ ให้ไปเชคอินกัน เพราะเพื่อนๆ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าความจริงแล้วหน้าหนาวนั้น มีสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอยู่มากมาย ใครพร้อมแล้วก็เก็บกระเป๋า สะพายกล้อง แล้วรีบตามมาดูกันเลยดีกว่า

1. กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

กิ่วแม่ปาน-ดอยอินทนนท์-จังหวัดเชียงใหม่ กิ่วแม่ปาน-ดอยอินทนนท์-จังหวัดเชียงใหม่ กิ่วแม่ปาน-ดอยอินทนนท์-จังหวัดเชียงใหม่

 

สถานที่เที่ยวที่แรกจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากกิ่วแม่ปานบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ หลายคนอาจเคยไปเยือนดอยอินทนนท์มาบ้างแล้ว แต่รู้ไหมว่าบนดอยอินทนนท์นั้นมีทุ่งหญ้าและทะเลหมอกสวยงามซ่อนอยู่ด้านหลังป่า ซึ่งที่นั่นก็คือกิ่วแม่ปานแห่งนี้นี่เอง โดยกิ่วแม่ปานนั้นเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เพื่อนๆ จะต้องเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น ระยะทางโดยรวมนั้นก็เพียงแค่ 3 กิโลเมตรเท่านั้นเอง การเดินก็มีขึ้นเนินบ้างนิดหน่อยแต่ไม่หนักหนาเท่าไรนัก โดยเมื่อเดินทะลุป่าออกไปจะพบกับทุ่งหญ้าสีทองตระการตา แถมด้วยทะเลหมอกสวยงาม นอกจากนั้นยังมีต้นกุหลาบพันปีสีแดงให้เพื่อนๆ ได้ชื่นชมกันอีกด้วย โดยปีนี้เส้นทางเดินกิ่วแม่ปานนั้นจะเริ่มเปิดให้เข้าชมกันได้ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป หากใครไม่ไปฤดูหนาวปีนี้ อาจต้องรอกันอีกนานเลย อย่าพลาดกันนะ

ไฮไลท์ : จุดชมวิวยามเช้า ความสวยงามของทุ่งหญ้าบนเส้นทางลัดเลาะที่หน้าผาถัดจากจุดชมวิว และดอกกุหลาบพันปีสีแดง

ข้อควรปฏิบัติ : ไม่ทิ้งขยะตามทางเดิน และไม่เดินออกนอกเส้นทาง

สิ่งอำนวยความสะดวก : มีลานจอดรถจอด, ร้านอาหาร, ร้านขายของที่ระลึก และห้องน้ำแยกชายหญิง

เบอร์ติดต่อ : 053 355 728

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 6.00 – 16.00 น.

การเดินทาง : สามารถนั่งเครื่องบินไปลงสนามบินเชียงใหม่จากนั้นขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 108 เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ให้เลี้ยวขวาเข้าไปสู่ทางหลวงหมายเลข 1009 จะตรงขึ้นไปตามยอดดอยอินทนนท์ กิ่วแม่ปานจะอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 42 ด้านซ้ายมือ

จองตั๋วเครื่องบิน

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น ภูอันนา อีโค่เฮ้าส์,เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท, โรงแรมอื่นๆ ในอำเภอจอมทอง

2. ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

ดอยอ่างขาง-จังหวัดเชียงใหม่ ดอยอ่างขาง-จังหวัดเชียงใหม่ ดอยอ่างขาง-จังหวัดเชียงใหม่

แต่เดิมดอยอ่างขางแห่งนี้เป็นสถานีเกษตรส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาได้มีอาชีพ แต่เพราะความสวยงามนั้นเอง ที่ทำให้กลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังของจังหวัดเชียงใหม่ โดยจุดต่างๆ ที่เพื่อนๆ สามารถแวะท่องเที่ยวนั้นก็มีหลายจุด ยิ่งถ้าใครชอบดอกไม้สวยๆ ที่นี่นั้นมีมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นที่ สวนสมเด็จ ซึ่งมีดอกไม้เมืองหนาวหลายชนิด หรือจะเป็นสวนกุหลาบอังกฤษ ก็จะมีดอกกุหลาบนำเข้าจากประเทศอังกฤษกว่า 200 สายพันธุ์ให้ได้ชม แต่ที่พลาดไม่ได้ ยิ่งถ้าหากไปช่วงหน้าหนาวต้องห้ามพลาดการชมดอกซากุระแท้ ซึ่งจะบานเฉพาะในเดือนมกราคมของทุกปีเท่านั้น แต่หากใครพลาดชมดอกซากุระแท้ๆ ก็ไปชมดอกซากุระเมืองไทยอย่างดอกนางพญาเสือโคร่งโดยรอบสถานีเกษตรก็ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นหากใครชอบบรรยากาศสวยๆ ของไร่ชาขั้นบันได ต้องอย่าลืมแวะไร่ชา 2000 จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดบนดอยอ่างขางและหากใครอยากไปชมวิวแบบคนไม่เยอะเท่าไหร่ ต้องไปที่จุดชมวิวซุยถัง ที่เป็นจุดชมวิวที่เพื่อนๆ จะได้เห็นทะเลหมอกเคล้าคลอกับภูเขาสูงใหญ่ สวยมากๆ เลยทีเดียว

ไฮไลท์ :  ขี่จักรยานชมเส้นทางธรรมชาติ ดูนก ชมดอกซากุระแท้และดอกนางพญาเสือโคร่ง

ข้อควรปฏิบัติ : ห้ามเข้าเขตพื้นที่วิจัยก่อนได้รับอนุญาต ห้ามกางเต็นท์ในพื้นที่สถานีเกษตรหลวง

สิ่งอำนวยความสะดวก : มีลานกางเต็นท์นอกสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง สำหรับผู้สนใจ

เบอร์ติดต่อ : 053 969 489

เวลาเปิด – ปิด : 24 ชม.

การเดินทาง : สามารถนั่งเครื่องบินไปลงสนามบินเชียงใหม่ จากนั้นสามารถขับรถไปทางอำเภอเชียงดาว ก่อนถึงอำเภอเชียงดาวให้แยกไปทางซ้ายตามทางหลวงหมายเลข 1178 ตรงไปเรื่อยๆ จะเป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุด

จองตั๋วเครื่องบิน

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น เวียงแก้วรีสอร์ท, โรงแรมขุนยูว, โรงแรมอื่นๆ ในอ่างขาง

3. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปางอุ๋ง-จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปางอุ๋ง-จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปางอุ๋ง-จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปางอุ๋ง อีกหนึ่งที่เที่ยวที่เป็นโครงการพระราชดำริของในหลวง โดยแต่เดิมที่แถวนี้เคยอันตรายมากเพราะติดชายแดนพม่า จึงได้พัฒนาความเป็นอยู่ และกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามในปัจจุบัน โดยปางอุ๋งนั้นเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีต้นสนสูงปลูกอยู่โดยรอบ ในฤดูหนาวจะมีหมอกลงต่ำเหนือแม่น้ำเกิดเป็นภาพที่สวยงาม ทำให้หลายคนบอกว่าที่ปางอุ่งนี้เป็นดั่งสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทยเลยทีเดียว กิจกรรมที่ปางอุ๋งนั้นก็มีมากมายทั้งการนั่งแพ พายเรือคายัค ส่องหงส์ ซึ่งเป็นหงส์ดำและหงส์ขาวที่ได้รับพระราชทานจากในหลวงและพระราชินีหากเพื่อนๆ อยากจะกางเต้นท์นอนก็สามารถติดต่อพื้นที่อุทยานได้เลย เดือนที่น่าเที่ยวที่สุดก็คงหนีไม่พ้นช่วงฤดูดาวพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์

ไฮไลท์ : หมอกยามเช้าที่ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่สวิสเซอร์แลนด์

ข้อควรปฏิบัติ : ห้ามรถเข้าออกหลังเวลา 22.00 น. ต้องมีบัตรค้างแรมเท่านั้นถึงจะสามารถค้างแรมได้

สิ่งอำนวยความสะดวก : มีเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าให้ใช้แค่เวลา 18.00 – 22.00 น. เท่านั้น

เบอร์ติดต่อ : 053 611244

เวลาเปิด – ปิด : 24 ชม.

การเดินทาง : สามารถนั่งเครื่องบินไปลงสนามบินเชียงใหม่ จากนั้นสามารถขับรถไปตามเส้นแม่มาลัย – ปาย – ปางมะผ้า เพื่อไปสู่ปางอุ๋งได้

จองตั๋วเครื่องบิน

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น ม้ง โฮมสเตย์, อิมพีเรียล แม่ฮ่องสอน, โรงแรมอื่นๆ ในแม่ฮ่องสอน

4. ดอยแม่อู่คอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ดอยแม่อู่คอ-จังหวัดแม่ฮ่องสอน02 ดอยแม่อู่คอ-จังหวัดแม่ฮ่องสอน02 ดอยแม่อู่คอ-จังหวัดแม่ฮ่องสอน02

ใครเคยจินตนาการอยากเห็นดอกไม้บานเต็มภูเขาต้องไปที่นี่เลย ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ เพราะที่นี่มีดอกบัวตองสีเหลืองนับล้านดอกผลิบานตัดกับสีเขียวของดอย โดยจะบานตั้งแต่ช่วงพฤศจิกายน – ธันวาคม โดยจุดที่สวยที่สุดจะอยู่ด้านบนดอยแม่อูคอ ซึ่งเพื่อนๆ จะสามารถเห็นวิวทุ่งดอกบัวตองแห่งนี้ได้ 360 องศา แถมยังได้เห็นภาพทิวทัศน์เบื้องล่างอีกด้วย

ไฮไลท์ : ชมทุ่งดอกบัวตองที่บานสะพรั่งทั่วทั้งภูเขา

ข้อควรปฏิบัติ : ไม่ทิ้งขยะตามทาง

สิ่งอำนวยความสะดวก :  มีร้านอาหาร, ห้องน้ำ, และเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัย

เบอร์ติดต่อ : 053 69 1108

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 6.00 – 18.00 น.

การเดินทาง : สามารถนั่งเครื่องบินไปลงสนามบินเชียงใหม่ จากนั้นขับรถไปทางอำเภอแม่แจ่ม บนทางหลวงหมายเลข 1263 ประมาณ 76 กิโลเมตร จากนั้นเมื่อถึงแยกเข้าบ้านนางิ้วให้แยกเข้าไปตามทางแยกประมาณ 14 กิโลเมตรจะถึงดอยแม่อูคอ

จองตั๋วเครื่องบิน

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น เฟิร์น รีสอร์ท, บีทู แม่ฮ่องสอน พรีเมียร์, โรงแรมอื่นๆ ในแม่ฮ่องสอน

5. ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน 5.-ดอยเสมอดาว-จังหวัดน่าน ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

ดอยเสมอดาว เพียงแค่ชื่อเพื่อนๆ ก็คงสัมผัสได้ถึงความสวยงาม เพราะดอยเสมอดาวนั้นเป็นชื่อที่ตั้งมาเพราะที่แห่งนี้เป็นลานกว้างโค้งอยู่บนสันเขาที่พอถึงตอนกลางคืน จะมองเห็นดาวนับล้านส่องแสงประหนึ่งว่าตัวเรานั้นอยู่ท่ามกลางดวงดาวเลยทีเดียว แต่ไม่ใช่ว่าจะสวยเพียงแค่ตอนกลางคืนเท่านั้น แต่เพื่อนๆ ยังสามารถชมพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้จากจุดนี้เช่นเดียวกันแถมถ้าเป็นตอนเช้าก็จะเห็นทะเลหมอกตัดสลับกับภูเขาสวยงามแบบที่ไม่มีคำไหนมาเปรียบเทียบได้แน่นอน ช่วงที่น่าไปเที่ยวที่สุดก็คือช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์นั่นเอง

ไฮไลท์ : ดาวนับล้านดวงที่สามารถนอนชมได้ที่จุดกางเต้นท์

ข้อควรปฏิบัติ : รักษาความสะอาด ไม่เข้าไปในที่ห้ามเข้า

สิ่งอำนวยความสะดวก : มีเต้นท์ให้เช่า สามารถติดต่อกับทางอุทยานฯ ได้ที่เบอร์ 054 731 714

เบอร์ติดต่อ : 054 731 714

เวลาเปิด – ปิด : 24 ชม.

การเดินทาง : สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่จังหวัดน่าน จากนั้นให้ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 1083 ซึ่งจะเป็นเส้นทางตรงไปยังอุทยาน

จองตั๋วเครื่องบิน

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น น่านตรึงใจ บูทีค, โรงแรมเวียงแก้วและโรงแรมอื่นๆ ในจังหวัดน่าน

6. สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

6.-สังขละบุรี-จังหวัดกาญจนบุรี02 6.-สังขละบุรี-จังหวัดกาญจนบุรี03 6.-สังขละบุรี-จังหวัดกาญจนบุรี

สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมืองท่องเที่ยวสวยงามที่มีภูเขาโอบล้อม แถมยังมีแม่น้ำเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ยิ่งหากฤดูหนาวใครขึ้นดอยกันจนเบื่อแล้วอยากให้ลองไปเที่ยวสไตล์ใหม่แบบนี้เลย โดยเริ่มต้นวันตอนเช้ามาให้ตื่นเช้าขึ้นอีกนิด ไปเจออากาศสบายๆ แล้วตักบาตรยามเช้าแบบชาวมอญ จากนั้นก็ไปเดินข้ามสะพานมอญยามเช้าตอนหมอกลงแล้วล่ะก็ รับรองลืมภาพฤดูหนาวที่ต้องขึ้นดอยไปเลย ซึ่งความจริงแล้วสังขละบุรีสามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี แต่หากไปช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ อากาศจะเย็นสบาย และมีหมอกยามเช้าให้เห็นกัน และนอกจากจะไปเดินเล่นสะพานมอญแล้วก็อย่าลืมไปนั่งเรือชมวัดใต้น้ำ ที่ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกัน หรือจะไปทัวร์ไหว้พระก็ได้ เพราะที่สังขละบุรีนั้นก็มีสิ่งก่อสร้างสำคัญทางศาสนาหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์พุทธคยา วัดวังก์วิเวการาม เป็นต้น หากว่างๆ ก็สามารถไปนั่งจิบกาแฟคลายความหนาวกันได้ที่คาเฟ่น่ารักๆ ที่มีอยู่ประปรายในเมืองด้วยก็ได้

ไฮไลท์ : เดินชมวิวและถ่ายรูปที่สะพาญมอญยามเช้า ตักบาตรแบบชาวมอญ นั่งเรือชมวัดใต้น้ำ ไหว้เจดีย์พุทธคยา และแวะเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์

ข้อควรปฏิบัติ : สำรองน้ำมันก่อนมาถึงอำเภอสังขละบุรี เพราะในบริเวณอำเภอมีปั้มน้ำมันเพียงปั้มเดียว

สิ่งอำนวยความสะดวก :

เบอร์ติดต่อ : 034 595 120

เวลาเปิด – ปิด : 24 ชม.

การเดินทาง : สามารถขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ผ่านจังหวัดนครปฐม ไปยังจังหวัดกาญจนบุรี จากนั้นเมื่อเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรีขับรถผ่านอำเภอเมืองไปเรื่อยๆ ผ่านอำเภอทองผาภูมิ ผ่านไทรโยคน้อย ไทรโยคใหญ่ จากนั้นจะพบสามแยกให้เลี้ยวขวาเพื่อไปยังสังขละบุรี

อีกหนึ่งวิธีเดินทางไปเที่ยวสังขละบุรีที่น่าสนใจก็คือการนั่งรถไฟสายที่สวยที่สุดในประเทศจากสถานีบางกอกน้อย (ธนบุรี) ไปยังสังขละบุรีได้เลย โดยจะผ่านเส้นทางน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งได้ถ่ายภาพช็อตสวยๆ กันแน่นอน จากนั้นก็สามารถนั่งรถไฟต่อไปยังปลายทางสถานีน้ำตกได้เลย ใช้เวลาในการนั่งรถไฟทั้งหมดประมาณ 6 ชั่วโมง โดยหลังจากลงรถไฟสถานีน้ำตกแล้วก็ให้เดินออกมาทางด้านหน้าสถานี เพื่อขึ้นรถสองแถวอีกประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อไปยังสังขละบุรี

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น ภูชมหมอกรีสอร์ท, นาคาคีรี รีสอร์ท แอนด์สปา, โรงแรมอื่นๆ ใกล้สังขละบุรี

7. เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

เขาใหญ่-จังหวัดนครราชสีมา02 เขาใหญ่-จังหวัดนครราชสีมา02 เขาใหญ่-จังหวัดนครราชสีมา02

ฤดูหนาวไม่อยากไปไหนไกลต้องที่นี่เลยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่หลายจังหวัด หลายอำเภอ โดยที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นจะอากาศดีมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนธันวาคม – มกราคม สัตว์ป่าก็ชุกชุม สามารถมองเห็นสัตว์ป่าที่ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติได้ สัตว์ต่างๆ นั้นก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช้าง เสือ กระทิง หมี ชะนี หรือนกต่างๆ ก็มีเช่นเดียวกัน เหมาะมากสำหรับการไปทำกิจกรรมกันเป็นครอบครัว แต่ที่พลาดไม่ได้เลยก็คงจะเป็นน้ำตกเหวสุวัตโดยเป็นน้ำตกสวยงามที่มีน้ำไหลตกลงมาจากหน้าผาสูง ข้างล่างมีแอ่งน้ำพร้อมโขดหินให้เพื่อนๆ สามารถเลือกนั่งเล่นกันได้

ไฮไลท์ : ธรรมชาติอันเขียวขจี, ส่องดูชีวิตตามธรรมชาติของสัตว์ป่า

ข้อควรปฏิบัติ : ไม่รบกวนสัตว์ป่า หรือส่งเสียงดัง

สิ่งอำนวยความสะดวก : มีลานกางเต้นท์ตามจุดต่างๆ มีไฟฟ้าและน้ำประปาบริการตลอด 24 ชั่วโมง

เบอร์ติดต่อ : 086 092 6527

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 8.00 – 17.00 น.

การเดินทาง : สามารถขับรถไปบนทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธินไปจนถึงสระบุรี จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนมิตรภาพ จนผ่านอำเภอมวกเหล็ก ให้เลี้ยวขวาที่ทางแยกกิโลเมตรที่ 58 เพื่อเข้าสู่ถนนธนะรัชต์ จากนั้นตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น โบทานิก้า เขาใหญ่, เอสเคป เขาใหญ่, โรงแรมอื่นๆ ในเขาใหญ่

8. เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

เขาค้อ-จังหวัดเพชรบูรณ์02 เขาค้อ-จังหวัดเพชรบูรณ์02 เขาค้อ-จังหวัดเพชรบูรณ์02

เขาค้อ นอกจากหน้าฝนแล้วก็ต้องเป็นหน้าหนาวช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ นี่แหละที่เหมาะกับการไปเที่ยว เพราะเพื่อนๆ จะได้สัมผัสกับบรรยากาศหนาวเย็นอันบริสุทธิ์ แถมตอนเช้ายังจะได้มองเห็นหมอกสีขาวสวยงามอีกด้วย จุดท่องเที่ยวในเขาค้อนั้นก็มีมากมาย ทั้งอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งเพื่อนๆ สามารถไปชมกังหันน้ำ น้ำตกหมันแดง ลานหินแตก และที่พลาดไม่ได้คือภูแผงม้าอันสวยงาม จนแทบจะไม่เชื่อเลยว่าไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จะมีวิวอันสวยงามขนาดนี้ด้วย หรือหากใครอยากจะแวะไปเที่ยวภูทับเบิกก็สามารถไปได้ไม่ไกลเลย

ไฮไลท์ : ทะเลหมอกยามเช้า ทุ่งกังหันลม

ข้อควรปฏิบัติ : รถยนต์ที่นำไปควรมีสภาพดี มีกำลังเครื่องสูง

สิ่งอำนวยความสะดวก : มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำบริการ

เบอร์ติดต่อ : 056 718 335

เวลาเปิด – ปิด : 24 ชม.

การเดินทาง : สามารถขับรถไปบนทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ไปตามเส้นทางไปจังหวัดสระบุรี โดยให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ทางเลี่ยงเมืองก่อนถึงจังหวัดสระบุรี มุ่งหน้าผ่านจังหวัดลพบุรี จนถึงอำเภอเพชรบูรณ์ จากนั้นเมื่อผ่านอำเภอเมืองไปถึงแยกนางั่ว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2258 ก็จะมุ่งหน้าเข้าสู่เขาค้อ

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น ศิริ-นที เขาค้อ เนชั่นแนล ปาร์ค, เดอะ บลูสกาย เขาค้อ, โรงแรมอื่นๆ ในเขาค้อ

9. แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

แก่งกระจาน-จังหวัดเพชรบุรี แก่งกระจาน-จังหวัดเพชรบุรี แก่งกระจาน-จังหวัดเพชรบุรี

แก่งกระจาน ตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าใกล้ๆ แบบนี้จะมีสถานที่สวยงามขนาดนี้อยู่ด้วย เพราะที่แก่งกระจานนั้นมีทั้งเขาพะเนินทุ่ง ที่มีจุดชมวิวอันสวยงาม จนเพื่อนๆ อาจนึกว่าตัวเองหลุดจากภาคกลางไปภาคเหนือแล้วก็เป็นได้ นอกจากนั้นยังมีอ่างเก็บน้ำแก่งกระจานให้หลีกหนีความวุ่นวายไปรับลมเย็นๆ ที่พลาดไม่ได้เลยคือการไปชมนก เพราะที่แก่งกระจานนั้นขึ้นชื่อมากเรื่องการส่องนกนานาชนิด

ไฮไลท์ : ชมนกหายากหลากหลายสายพันธุ์

สิ่งอำนวยความสะดวก : มีห้องน้ำและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ข้อควรปฏิบัติ : ไม่ส่งเสียงดังหรือทำการรบกวนธรรมชาติของสัตว์ป่า

เบอร์ติดต่อ : 032 772 311

เวลาเปิด – ปิด : 24 ชม.

การเดินทาง : สามารถขับรถขึ้นทางด่วนลงที่พระราม 2 แล้วขับรถตรงไป ผ่านแยกวังมะนาวประมาณ 3 กิโลเมตร จะเจอสี่แยกปากท่อ ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 กิโลเมตร จะเจอสามแยกไปอำเภอหนองหญ้าปล้อง ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทาง จากนั้นให้สังเกตป้ายแก่งกระจานจะมีป้ายบอกตลอดทาง

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น ดี วารี ดีว่า นาน่า แก่งกระจาน, แก่งกระจาน โบ๊ทเฮ้าส์ พาราไดซ์ รีสอร์ท, โรงแรมอื่นๆ ในแก่งกระจาน

10. เชียงคาน จังหวัดเลย

เชียงคาน-จังหวัดเลย เชียงคาน-จังหวัดเลย เชียงคาน-จังหวัดเลย

หากใครเบื่อทางเหนืออยากออกไปทางอีสาน ก็อยากให้ลองไปเที่ยวเชียงคานจังหวัดเลย สถานที่เวลาหมุนช้าๆ ไปลองใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ตื่นเช้ามาตักบาตร เดินเล่นในเมือง ปั่นจักรยานริมแม่น้ำโขง กันให้หนำใจ หรือใครอยากจะขึ้นดอยไปชมวิวทะเลหมอกที่เชียงคานก็มีเหมือนกันนะ โดยเพื่อนๆ สามารถไปกันได้ที่ภูทอก จุดชมวิวทะเลหมอก แม่น้ำโขงแห่งเมืองเลย ที่รับรองว่าสวยไม่แพ้ทะเลหมอกภาคเหนือแน่นอน แถมแท้จริงแล้วนอกจากเชียงคานจะเที่ยวได้ทั้งปี แต่ฤดูหนาวของเชียงคานนั้นหลายคนต่างก็บอกว่าได้บรรยากาศสุดๆ จึงทำให้ช่วงฤดูหนาวที่เชียงคาน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ กลายเป็นช่วงที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

ไฮไลท์ : เดินเล่นริมฝั่งน้ำโขงยามเช้า มองข้ามน้ำโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ข้อควรปฏิบัติ : ไม่รบกวนวิถีชีวิตชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นด้วยการส่งเสียงดัง หรือทิ้งขยะในพื้นที่

สิ่งอำนวยความสะดวก : มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

เวลาเปิด – ปิด : 24 ชม.

การเดินทาง : สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินเลย จากนั้นสามารถนั่งรถแท็กซี่จากสนามบินไปยังเชียงคานได้เลย

จองตั๋วเครื่องบิน

สำหรับโรงแรมและที่พักแนะนำ เช่น ดิโอล เชียงคาน บูติคโฮเต็ล, เดอะ รอยัล เชียงคาน บูติค โฮเต็ล, โรงแรมอื่นๆ ในเชียงคาน